บิลล์ เกตส์  อัจฉริยะแห่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์

          ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากในโลกยุคโลกาภิวัตน์  ผู้ที่มีความสำคัญต่อวงการคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์คอมพิวเตอร์อย่างมากซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกคือ นายบิลล์ เกตส์  ประวัติชีวิตและการทำงานของเกตส์น่าสนใจอย่างมาก  ประวัติของเขามีกล่าวถึงไว้ในสารานุกรมประวัติศาสตร์สากลภูมิภาคอเมริกา เล่ม ๓ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ดังนี้   

          บิลล์ เกตส์ มีชื่อเต็มว่า วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่ ๓ เป็นผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบรรษัทไมโครซอฟต์ (Microsoft Corporation) ความสำเร็จของเกตส์ทำให้เขาเป็นผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งของโลก  เกตส์เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๕๕  ความเฉลียวฉลาดของเกตส์เริ่มตั้งแต่ยังเด็ก  เกตส์ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนเลกไซด์ที่ทำให้เขาได้เข้าสู่โลกคอมพิวเตอร์ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ของโรงเรียนตลอดวันเพื่อเขียนโปรแกรมและอ่านหนังสือ  เขาและเพื่อนคือ พอล แอลเลน ยังหารายได้เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขณะเรียนชั้นมัธยมปลาย  นอกจากนี้ เขายังได้ร่วมกับแอลเลนก่อตั้งบริษัทแทรฟ-โอ-ดาตา และผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเพื่อใช้ควบคุมความคล่องตัวของระบบจราจร  แต่ต่อมาเขาต้องเลิกกิจการเมื่อไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดใน ค.ศ. ๑๙๗๓   ขณะศึกษาในมหาวิทยาลัยเขาและแอลเลนได้ร่วมกันผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า เบสิก (BASIC) เสนอขายให้กับบริษัทเอ็มไอทีเอส  เกตส์เริ่มเห็นช่องทางการตลาดของซอฟต์แวร์  เขาจึงเลิกเรียนหนังสือและทำธุรกิจร่วมกับแอลเลนก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ บริษัทไมโครซอฟต์ได้ผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการเอ็มเอส-ดอส (MS-DOS)  ให้กับบริษัทไอบีเอ็ม (IBM)  ต่อมา ใน ค.ศ. ๑๙๘๖ บริษัทไมโครซอฟต์ได้กระจายหุ้นของตนสู่บริษัทมหาชน หุ้นของบริษัทได้รับความนิยมและมีราคาสูงมาก ดังนั้นในปีถัดมา เกตส์ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง ๓๑ ปีจึงเป็นมหาเศรษฐีที่มีอายุน้อยที่สุด แม้ว่าเกตส์จะร่ำรวยมหาศาลแต่เขาก็ยังนึกถึงการช่วยเหลือสังคม  เกตส์และเมลิดาภรรยาของเขายังจัดตั้งมูลนิธิบิลและเมลิดาเพื่อช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของครอบครัวในสหรัฐอเมริกาที่มีรายได้น้อย โดยมีอุดมการณ์ที่ว่ามนุษย์ทุกคนมีคุณค่าทัดเทียมกัน มูลนิธิจึงดำเนินงานเพื่อลดความไม่เท่าเทียมกันและเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนทั่วโลกด้วย.

          อิสริยา  เลาหตีรานนท์