ปรัมปรโภชน์

          มีคำถามว่า “ฉันคณโภชน์และปรัมปรโภชน์” มีความหมายเป็นอย่างไร ขอให้ราชบัณฑิตยสถานตอบให้หายข้องใจด้วย ผู้เขียนได้อธิบายคำว่า “คณโภชน์” ไปแล้ว บทความนี้ขออธิบายคำว่า “ปรัมปรโภชน์”

          คำว่า “ปรัมปรโภชน์” หมายถึง โภชนะทีหลัง คือ ภิกษุรับนิมนต์ในที่แห่งหนึ่งด้วยโภชนะทั้ง ๕ อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วไม่ไปฉันในที่รับนิมนต์นั้น แต่ไปฉันในที่อื่น

          เรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ สมัยหนึ่ง คนเข็ญใจคนหนึ่งประสงค์จะทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุ เขาได้ไปบอกนายจ้างให้เพิ่มค่าจ้างให้เขามากขึ้น ประกอบกับนายจ้างก็เป็นคนมีศรัทธาอยู่แล้วจึงสนับสนุนเต็มที่ คนเข็ญใจคนนั้นได้ไปนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมหมู่ภิกษุให้รับภัตตาหารของตนเอง พระพุทธองค์ตรัสว่า ภิกษุสงฆ์นั้นมีจำนวนมาก เขาได้ทูลว่าได้จัดเตรียมอาหารไว้เป็นจำนวนมากเช่นกัน และอาหารที่เขาเตรียมไว้คือ อาหารที่มีพุทราเป็นส่วนผสม

          ฝ่ายหมู่ภิกษุรู้ว่าคนเข็ญใจนิมนต์ จึงออกบิณฑบาตและฉันเสียแต่เช้า พวกชาวบ้านรู้ข่าวเข้าจึงนำของเคี้ยวของฉันเป็นอันมากไปช่วยคนเข็ญใจนั้น ครั้นได้เวลา พระพุทธเจ้าพร้อมหมู่ภิกษุได้เสด็จไปบ้านของเขา ครั้นประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์ที่ได้จัดถวายพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เขาจึงได้ถวายอาหาร

          หมู่ภิกษุพากันกล่าวว่า ถวายแต่น้อยเถิด เขากล่าวว่า อย่าเข้าใจว่าเป็นคนเข็ญใจเลย ของที่ตระเตรียมไว้มีมากพอ พระคุณเจ้าโปรดเรียกร้องตามประสงค์ได้เลย หมู่ภิกษุได้ตอบว่าที่รับแต่น้อยเพราะได้ออกบิณฑบาตและฉันมาแต่เช้าแล้วต่างหาก

          ครั้นคนเข็ญใจนั้นทราบเข้าก็ตำหนิพระทั้งหลายว่า เมื่อรับนิมนต์ฉันภัตตาหารไว้แล้ว ทำไมจึงไปฉันที่อื่นด้วย

          หมู่ภิกษุได้ทูลให้พระพุทธองค์ทรงทราบ พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติสิกขาบทว่า ภิกษุต้องปาจิตตีย์ เพราะโภชนะทีหลัง

          ต่อมา พระพุทธองค์ทรงผ่อนพระบัญญัติที่ได้วางไว้เดิม คือ เมื่อพระภิกษุรับนิมนต์ในที่อื่นไว้แล้ว แต่ก็สามารถไปฉันในที่อื่นที่เขานิมนต์ทีหลังได้ในกรณีดังนี้ คราวเป็นไข้ คราวที่ถวายจีวร คราวที่ทำจีวร

สำรวย นักการเรียน