ปาก

          ปาก ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ นิยามว่า “ส่วนหนึ่งของร่างกายคนและสัตว์ อยู่ที่บริเวณใบหน้า มีลักษณะเป็นช่องสําหรับกินอาหารและใช้สําหรับเปล่งเสียงได้ด้วย; โดยปริยายหมายถึงส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณปาก เช่น ปากเปื่อย; ขอบช่องแห่งสิ่งต่าง ๆ เช่น ปากหม้อ ปากไห; ต้นทางสําหรับเข้าออก เช่น ปากช่อง ปากตรอก; กลีบดอกกล้วยไม้คล้ายรูปกรวยหรือหลอดที่อยู่ตรงกลางเป็นที่อยู่ของเกสร กระเป๋า ก็เรียก; ใช้เป็นลักษณนามของสิ่งบางอย่างเช่นแหอวนหรือพยานบุคคล เช่น แหปากหนึ่ง อวน ๒ ปาก พยาน ๓ ปาก. เป็นกริยา แปลว่า พูด เช่น ดีแต่ปาก”

          มีภาษิต คำพังเพย และสำนวนไทยเกี่ยวกับปาก อาทิ ปากกัดตีนถีบ ตีนถีบปากกัด  มานะพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อปากท้องโดยไม่คำนึงถึงความเหนื่อยยาก   ปากปราศรัยใจเชือดคอ  พูดดีแต่ใจคิดร้าย  ปากปลาร้า ชอบพูดคำหยาบ  ปากเป็นชักยนต์ ว่ากล่าวสั่งสอนไม่รู้จักหยุด  ปากเปียก ปากเปียกปากแฉะ  เรียกการว่ากล่าวตักเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังไม่ได้ผลตามที่มุ่งหมาย  ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ยังเป็นเด็ก  ปากว่าตาขยิบ พูดอย่างหนึ่งแต่ทำอีกอย่างหนึ่ง ปากกับใจไม่ตรงกัน ปากว่ามือถึง พอพูดก็ทำเลย  ปากหวานก้นเปรี้ยว พูดจาอ่อนหวานแต่ไม่จริงใจ  ปากหอยปากปู ชอบนินทาเล็กนินทาน้อย; ไม่กล้าพูด พูดไม่ขึ้นหรือพูดไม่มีใครสนใจฟัง (ใช้แก่ผู้น้อย)  ปอกกล้วยเข้าปาก ง่าย สะดวก 

          นอกจากใช้ปากแล้วยังมีบางคนใช้ ลิ้นกระดาษทราย น้ำลายเชลแล็ก ที่หมายถึง ประจบประแจง สอพลอ  หรือ ลิ้นยาวถึงตาตุ่ม ในความหมายเดียวกัน

          หลายคนได้ดีเพราะปาก อีกหลายคนอับจนเพราะปาก จึงอยากขอให้ทุกท่านคิดก่อนพูดนะคะ  เพราะเมื่อพูดไปแล้ว คำพูดเป็นนายเราค่ะ.

รัตติกาล  ศรีอำไพ