ปูนหลายชื่อ

          การประดับตกแต่งด้วยงานประณีตศิลป์ที่ช่างไทยนิยมใช้กันมากอย่างหนึ่งคือลวดลายปูนปั้น โดยจะใช้ตกแต่งในงานสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่น ทำเป็นลวดลายที่โบสถ์ วิหาร ศาลา  ปูนที่ใช้ปั้นจึงต้องมีคุณสมบัติพิเศษ คือต้องเหนียวและทนทาน  ไม่แตกหักง่าย ส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ปูนตำ  ปูนตำนอกจากจะใช้ปั้นเป็นลวดลายหรือรูปเรื่องราวต่าง ๆ แล้ว ยังใช้ในการฉาบได้ด้วย

          ปูนตำทำจากปูนขาวที่หมักและกรองจนสะอาด ตำผสมกับทรายละเอียด ข้าวเหนียวสุก และกระดาษฟางที่แช่น้ำจนเปื่อยยุ่ย ตามสัดส่วนที่เหมาะสม ตำให้ละเอียดเข้ากันจนเหนียวและหนืดเหมาะแก่การใช้งานแต่ละชนิด  ช่างบางคนจึงเรียกปูนตำนี้ว่า ปูนข้าวเหนียว หากนำปูนตำไปผสมกับน้ำกาว จะเรียกชื่อเป็น ปูนน้ำกาว ถ้าผสมกับน้ำอ้อยเคี่ยวพอเหนียวเล็กน้อย จะเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น ปูนน้ำอ้อย  จากกรรมวิธีที่กล่าวมาปูนตำมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ปูนเพชร ทั้งนี้เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะปูนชนิดนี้มีคุณลักษณะที่แข็งแกร่งทนทาน หรืออาจมีที่มาจากช่างเมืองเพชรซึ่งมีชื่อเสียงในด้านนี้เป็นผู้คิดค้นขึ้น

          นอกจากปูนตำแล้ว ยังมีปูนน้ำมันซึ่งเป็นปูนที่ได้จากการนำปูนขาวหมักมากรองให้สะอาดทับน้ำให้หมาด ตำผสมกับทรายละเอียดและกระดาษฟางที่แช่น้ำจนยุ่ย ตำผสมกับน้ำมันตั้งอิ้วจนเหนียวได้ที่ เก็บใส่ภาชนะปิดสนิท เมื่อจะใช้ช่างจะนำมาปั้นเป็นก้อนขนาดต่าง ๆ หรือคลึงเป็นเส้นยาว ใช้ดัดแปลงตกแต่งส่วนละเอียดได้มากกว่าปูนตำ เพราะต้องทิ้งไว้ประมาณ ๑ เดือน จึงจะแห้ง ปูนน้ำมันนิยมใช้ปั้นกับงานเฉพาะอย่าง เพราะเนื้อปูนจะไม่ประสานกับปูนตำชนิดอื่น จึงนิยมใช้ปั้นพระพุทธรูป เทวรูป ปั้นแผ่นลายที่ใช้ประดับทั้งแผ่น ปั้นลวดลายที่ประณีตและหล่อตัวลายในแม่พิมพ์ เป็นต้น ปูนน้ำมันนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ปูนตั้งอิ้ว  

   พัชนะ  บุญประดิษฐ์