ผิดแก้ได้ (๒)

การรณรงค์ให้ใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องเหมาะสมแม้จะเป็นหน้าที่หลักของราชบัณฑิตยสถาน แต่ราชบัณฑิตยสถานก็ไม่อาจดำเนินการพียงลำพังได้ ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของผู้ใช้ภาษาไทยทุกคนด้วย  จึงจะทำให้การรณรงค์ดังกล่าวสำเร็จผล   เรื่องการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าเจ้าของภาษาเองปล่อยปละละเลย  ภาษาไทยก็นับวันจะแปรเปลี่ยนไปในทางที่เสื่อม  ในหนังสือ ภาษาไทยที่บกพร่อง ต้องแก้ไข ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ยังมีตัวอย่างเพิ่มเติมจากที่ได้นำเสนอไปแล้วเรื่องการใช้คำผิดความหมายและแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องเหมาะสม

เราได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่มั่งคั่ง ซึ่งให้อาหาร เครื่องหุ้มห่อ สิ่งดีงามทั้งหลายในชีวิตเรา  เป็นตัวอย่างการใช้คำที่ควรจะต้องแก้ไข ๒ แห่ง คือคำว่า แผ่นดินที่มั่งคั่ง กับ เครื่องหุ้มห่อ   มั่งคั่ง มีความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ว่า มีทรัพยากรมากมาย มีทรัพย์ล้นเหลือ มีทรัพย์มาก จะเห็นว่า มั่งคั่ง เน้นที่การมีจำนวนมากเท่านั้น  ในที่นี้ คำที่ใช้ได้ตรงความหมายมากกว่า มั่งคั่ง คือ อุดมสมบูรณ์   คำว่า  อุดม กับ สมบูรณ์ มีความหมายเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ บริบูรณ์   บริบูรณ์ หมายความว่า ครบถ้วน เต็มที่ เต็มเปี่ยม  ดังนั้น แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ จึงมีความหมายครอบคลุมกว่า แผ่นดินที่มั่งคั่ง    คำต่อไปที่ใช้ผิดความหมาย คือคำว่า เครื่องหุ้มห่อ   เจตนาของผู้เขียนข้อความนี้คือต้องการจะบอกว่า แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ให้ปัจจัย ๔ แก่ชีวิตเรา ซึ่งปัจจัย ๒ ใน ๔ อย่างนั้น ก็คือ อาหารและเครื่องนุ่งห่ม   พจนานุกรมฯ นิยามคำ นุ่งห่ม ว่า แต่งตัว  เครื่องนุ่งห่ม ก็คือ เครื่องแต่งตัว  หรือพูดอย่างง่าย ๆ ก็คือเสื้อผ้านั่นเอง   ส่วนคำว่า หุ้มห่อ นั้น ถ้าแยกแปลความหมายเป็นคำ หุ้ม กับ ห่อ ก็จะได้ว่า หุ้ม ซึ่งทั่วๆ ไปหมายถึง เอาสิ่งที่เป็นแผ่นโอบคลุมอีกสิ่งหนึ่ง และ ห่อ คือ พันหรือหุ้มสิ่งของด้วยใบไม้หรือกระดาษเป็นต้น  เมื่อเปรียบเทียบความหมายของ นุ่งห่ม กับ หุ้มห่อ แล้ว จะเห็นว่า ๒ คำนี้ มีความหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง   ถ้าพูดถึงเสื้อผ้า เครื่องแต่งตัว ก็ต้องใช้คำว่า เครื่องนุ่งห่ม จึงจะถูกต้อง   ประโยคตัวอย่างที่แก้ไขการใช้คำให้ถูกความหมายและจัดลำดับคำใหม่ให้ได้ข้อความที่ชัดเจน คือ เราได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งให้อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งดีงามทั้งหลายแก่ชีวิต

                                                                                                                                                แสงจันทร์  แสนสุภา