ผี เมื่อเอ่ยถึง “ผี” หลายคนคงเกิดความกลัวขึ้นมาไม่มากก็น้อย แต่ “ผี” ที่จะมานำเสนอในวันนี้ไม่น่ากลัวเลยค่ะ นอกจากนี้ คำว่า “ผี” ก็ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่คนที่ตายไปแล้วอย่างที่เราคุ้นเคยกัน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้อธิบายว่า “ผี” คือ สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็นตัว แต่อาจจะปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ อาจให้คุณหรือให้โทษได้ มีทั้งดีและร้าย เช่น ผีปู่ย่าตายาย ผีเรือน ผีฟ้า เรียกคนที่ตายไปแล้ว; ในภาษาโบราณใช้เรียก เทวดา ภาษาปากหมายความว่า เลว เช่น คนผี หรือเรียกบุคคลที่หมกมุ่นในการพนันว่า ผีพนัน ประเภทของ “ผี” ที่มีความหมายเกี่ยวกับคนที่ตายไปแล้วมีหลายประเภท เช่น ผีกองกอย หมายถึง ผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่ามีตีนเดียว ไม่มีสะบ้าหัวเข่า จึงต้องเดินเขย่งเกงกอย ชอบออกมาดูดเลือดที่หัวแม่เท้าของคนที่นอนหลับพักแรมในป่า ผีเรือน หมายถึง ผีที่อยู่ประจำเรือน ผีโป่ง หมายถึง ผีที่อยู่ในป่าโป่ง แต่คำว่า “ผี” เมื่อนำไปประสมกับคำหรือวลีอื่นแล้วเกิดความหมายใหม่ก็มี เช่น ผีตากผ้าอ้อม หมายถึง แสงแดดที่สะท้อนกลับมาสว่างในเวลาจวนพลบในบางคราว ผีพุ่งไต้ หมายถึง เทหวัตถุแข็งจากอวกาศ มี ๒ ชนิด ชนิดหนึ่งประกอบด้วยหินเป็นส่วนใหญ่ อีกชนิดหนึ่งประกอบด้วยเหล็กเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเคลื่อนที่ผ่านบรรยากาศสู่ผิวโลก จะลุกไหม้ให้แสงสว่างจ้าเนื่องจากเสียดสีกับอากาศ ถ้ามีขนาดเล็กก็จะไหม้หมดก่อนถึงผิวโลก ถ้ามีขนาดใหญ่ก็จะตกถึงผิวโลกและเรียกว่า อุกกาบาต ดาวตก ก็เรียก มีสำนวนที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “ผี” เช่น ผีเข้าผีออก หมายถึง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่คงที่ ผีซ้ำด้ำพลอย หมายถึง ถูกซ้ำเติมเมื่อพลาดพลั้งลงหรือเมื่อคราวเคราะห์ร้าย ผีถึงป่าช้า หมายถึง ต้องยอมด้วยความจำใจหรือไม่มีทางเลือก ผีเรือนไม่ดี ผีป่าก็พลอย หมายถึง คนในบ้านเป็นใจช่วยให้คนนอกบ้านเข้ามาทำความเสียหายได้ ผีไม่มีศาล หมายถึง ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เห็นไหมคะว่า “ผี” ในวันนี้ไม่น่ากลัวเลย คำที่เกี่ยวกับ “ผี” ที่น่าสนใจยังมิอีกมาก ซึ่งจะได้นำเสนอในโอกาสต่อไป. อิสริยา เลาหตีรานนท์ |

