“ผู้ชนะ” ไม่ได้เป็นประธานาธิบดี

          การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากำลังแข่งขันชิงชัยกันอย่างดุเดือด  หลังจากการเปิดตัวผู้สมัครแข่งขันในตำแหน่งรองประธานาธิบดี  ผู้สมัครของพรรคใดจะได้เป็นประธานาธิบดี ริพับลิกันหรือเดโมแครต คงต้องจับตาดูกันต่อไป

          เราคงพอจะทราบกันบ้างแล้วว่าการจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานั้น ขึ้นอยู่กับคะแนนของคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งจะเป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดี โดยผู้สมัครที่ชนะคะแนนเสียงประชาชนในแต่ละรัฐ จะได้คะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งของรัฐนั้น ๆ ไปทั้งหมด ในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานั้น มีการเลือกตั้งอยู่ ๓ ครั้งที่ผู้ชนะคะแนนเสียงประชาชน แพ้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง ไม่ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คือ  ครั้งแรก การเลือกตั้ง ค.ศ. ๑๘๗๖ รัทเทอร์ฟอร์ด บี. เฮส์ (Rutherford B. Hayes) พรรคริพับลิกัน ได้คะแนนเสียงประชาชนรวมทั่วประเทศ ๔๐๓๖๕๗๒ คะแนน  ส่วนแซมวล เจ. ทิลเดน (Samuel J. Tilden) พรรคเดโมแครต ได้ ๔๒๘๔๐๒๐ คะแนน แต่เฮส์ได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง ๑๘๕ คะแนน ทิลเดนได้ ๑๘๔ คะแนน ชนะเพียงคะแนนเดียว เฮส์จึงได้เป็นประธานาธิบดี  ครั้งที่ ๒ การเลือกตั้ง ค.ศ. ๑๘๘๘ เบนจามิน แฮร์ริสัน (Benjamin Harrison) พรรคริพับลิกัน ได้คะแนนเสียงประชาชน ๕๔๔๓๘๙๒ คะแนน โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ (Grover Cleveland) พรรคเดโมแครตได้ ๕๕๓๔๔๘๘ คะแนน แต่แฮร์ริสันได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง ๒๓๓ คะแนน ส่วนคลีฟแลนด์ได้เพียง ๑๖๘ คะแนน แฮร์ริสันได้เป็นประธานาธิบดี

          ครั้งที่ ๓ การเลือกตั้ง ค.ศ. ๒๐๐๐ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush) พรรคริพับลิกัน ได้คะแนนเสียงประชาชน ๕๐๔๕๕๑๕๖ คะแนน ส่วนอัล กอร์ (Al Gore) ได้ถึง ๕๐๙๙๒๓๓๕ คะแนน ซึ่งมากกว่าบุชถึง ๕๓๗๑๗๙ คะแนน  แต่บุชได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง ๒๗๑ คะแนน ส่วนกอร์ได้ ๒๖๖ คะแนน บุชจึงได้เป็นประธานาธิบดี.

ปิยรัตน์  อินทร์อ่อน