พรรณไม้ป่าดิบเขา
คำว่า ป่าดิบเขา ในที่นี้หมายถึง ป่าที่มีพรรณพืชผลัดใบไม่พร้อมกัน หรืออีกนัยหนึ่ง ทยอยผลัดใบ ทำให้เรือนใบเขียวสดอยู่ตลอดปี ขึ้นอยู่รวมกันมากมายหลายชนิด ป่าชนิดนี้พบมีอยู่ตามเทือกเขาในระดับสูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ ๑๐๐๐ เมตรขึ้นไป และอยู่กระจัดกระจายทั่วไปในประเทศ มีเนื้อที่รวมกันทั้งหมดประมาณ ๕๐๐๐๐๐ ไร่
ถิ่นที่เกิด ตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ ทำให้ลักษณะส่วนประกอบของพรรณพืชแตกต่างกันไปแต่ละท้องถิ่น พอสรุปคร่าว ๆ ได้ว่า ทางภาคเหนือ ส่วนประกอบของพรรณพืชได้รับอิทธิพลของพรรณพืชเขตเทือกเขาหิมาลัยและจีนใต้ ภาคอีสานได้รับอิทธิพลของพรรณพืชเขตเทือกเขาแอนนามะติกและจีนใต้ ภาคตะวันออกได้รับอิทธิพลของพรรณพืชเขตเทือกเขาพนมกระวานและเขมรต่ำ ส่วนภาคใต้นั้นได้รับอิทธิพลของพรรณพืชเขตมาเลเซีย
การกระจายพันธุ์ของพรรณพืช ที่ประกอบขึ้นเป็นป่าดิบเขาในประเทศไทยนั้น มีแนวทางจากตะวันตกไปตะวันออก และเหนือไปใต้ แต่บางกรณีก็จากใต้ขึ้นไปเหนือ ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการกระจายพันธุ์ดังกล่าวนี้จะเห็นได้ชัดที่เขาเขียว ระดับสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑๓๐๐ เมตร ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะพบพรรณพืชที่กระจายพันธุ์จากเหนือลงใต้ เช่น เอื้องแซะ Dendrobium scabrilingue กล้วยไม้ดินชนิด Tainia latifolia T. hookeriana และกล้วยไม้ ชนิด Smitinandia helferi ก่อหมวก Quercus ramsbottomi ก่อเกรียบ Quercus myrsinaefolia ก่ออานัม Lithocarpus annamensis ก่อชนิด Lithocarpus rogersianus และ Lithocarpus eucalyptifolius กำลังเสือโคร่ง Betula alnoides ก่อสร้อย Carpinus viminea ดู่ช้างย้อย Ulmus lancifolia กุหลาบขาว Rhododendron moulmeinense และพรรณไม้ชนิด Rhamnus serrata ฯลฯ
ส่วนพรรณพืชที่กระจายพันธุ์จากใต้ขึ้นเหนือก็มี สามพันปี Dacrydium elatum มะขามป้อมดง Podocarpus imbricatus ขุนไม้ Podocarpus wallichii ก่อ ชนิด Quercus semiserrata กูดต้น ชนิด Cyathea borneensis กล้วยไม้ ชนิด Abdominea minutiflora และพรรณไม้ในสกุล Plocogottis เป็นต้น
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า เขาเขียวเป็นจุดพบของพรรณพืชของเขตต่าง ๆ
ตัวอย่างการกระจายพันธุ์ของพรรณพืชจากตะวันตกไปตะวันออก ก็คือ ก่ออุบข้าว Quercus acutissima ก่อ ชนิด Quercus aliena สนสามใบ Pinus kesiya พรรณไม้ชนิด Hedera himalaica Senecio nagensium เอื้องตาเหิน Dendrobium infundibulum และกล้วยไม้ในสกุล Pleione เป็นต้น
ป่าดิบเขาภาคเหนือ
พรรณไม้ในภาคนี้ประกอบด้วยพรรณพืชสกุลต่าง ๆ ดังนี้ Primula Lysimachia Gentiana Rhododendron Agapetes Lyonia Vaccinium Viola Luculia Scabiosa Hypericum Parnassia Photinia Raphiolepis Rosa Rubus Cotoneaster Prunus Docynia Sorbus Lindera Cinnamomum Camchaya Senecio Aster Artemisia Veratrum Clematis Thalictrum Astilbe Fraxinus Lonicera Viburnum Cornus Rhamnus Betula Carpinus Engelhardtia Quercus Castanopsis Lithocarpus Trigonobalanus Gordonia Camellia Michelia Paramichelia Manglietia Magnolia Fraxinus Acer Styrax Pinus Cephalotaxus และ Podocarpus
พรรณพืชที่พบขึ้นเฉพาะในเขตนี้เท่านั้นก็มี ก่อหนาม ชนิด Castanopsis purpurea และ Castanopsis brevispinula; ก่อ ชนิด Lithocarpus aggregatus L. craibianus และก่อ ชนิด Quercus glabricupula; จำปีหลวง Michelia rajaniana Linociera sutepensis Mussaenda garrettii Ixora kerrii Sauropus garrettii มณฑาดอย Manglietia garrettii ก่วมดอย Acer garrettii และพรรณพืชในสกุล Impatiens เช่น I. garrettii I. kerriae และ I. psittacina; กระโถนฤๅษี Sapria himalayana Rhododendron ludwigianum Clematis siamensis C. wattii Cornus oblonga var. siamica Delphinium altissimum var. siamense Geranium lamberti subsp. siamense Luculia gratissima var. glabra Parnassia siamensis Saxifraga gemmipara var. siamensis Scabiosa siamensis Senecio craibianus Thaictrum calcicolum T. siamense และ Polygonum damrongianum ฯลฯ
ป่าดิบเขาภาคอีสาน
พรรณพืชในภาคนี้ประกอบด้วยพรรณพืชสกุลต่าง ๆ คล้ายกันกับทางภาคพายัพเป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าต่างชนิดกันออกไป พรรณพืชสกุลอื่นที่ต่างจากภาคพายัพ ก็คือ Calocedrus Kmeria Thesium และ Seseli พรรณพืชที่พบเฉพาะในเขตนี้ ก็คือ เง่าน้ำทิพย์ Agapetes saxicola ก่อ ชนิด Quercus longistyla และ Lithocarpus recurvatus ดอกหรีด Gentiana lakshnakarae กำยาน Styrax aprica หญ้านายเต็ม Isachne smitinandiana Eulalia smitinandia และ Eulalia bicornuta Sporobolus kerrii Rostrellularia kradengensis Staurogyne kradengensis Viburnum cylindricum var. smitinandii Lyonia foliosa Didymocarpus biserratus D. siamensis Seseli siamicum Caulokaempferia thailandica Eriocaulon siamense และ E. escape เป็นต้น
ป่าดิบเขาภาคตะวันออก
พรรณพืชในภาคนี้คล้าย ๆ กันกับภาคเหนือและภาคอีสาน แต่มีจำนวนสกุลจำกัดกว่ามาก พรรณพืชที่ขึ้นประจำในเขตนี้ก็คือ Clerodendrum smitinandi และ Amomun krervanh
ป่าดิบเขาภาคใต้
พรรณพืชในภาคนี้ มีส่วนประกอบคล้ายกับพรรณพืชทางมาเลเซีย มีจำนวนสกุลจำกัดกว่าทางภาคพายัพและภาคอีสาน พรรณพืชที่ขึ้นประจำในเขตนี้ก็มี Magnolia craibii Lithocarpus siamensis และ Rhododendron taiense เป็นต้น
ผู้เขียน : ศ.ดร.เต็ม สมิตินันท์ อดีตราชบัณฑิต ประเภทวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาพฤกษศาสตร์ สำนักวิทยาศาสตร์
ที่มา : จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๔๖ มีนาคม ๒๕๓๘

