พรรษา (๑)

          พรรษา มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า วรฺษ (อ่านว่า วัร-สะ) แปลว่า ฝน และ ปี. พรรษา ความหมายที่ ๑ ใช้เรียกระยะเวลา ๓ เดือนในช่วงฤดูฝนซึ่งพระสงฆ์ต้องอยู่ประจำที่วัดหรือที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เริ่มตั้งแต่วันเข้าพรรษา คือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ไปจนถึงวันออกพรรษา คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑. เรียกการอยู่ประจำที่ของพระสงฆ์ตลอดระยะเวลา ๓ เดือนนี้ว่า จำพรรษา ในระหว่างจำพรรษาพระสงฆ์จะไม่ไปค้างแรมที่อื่น ยกเว้นกรณีมีกิจธุระจำเป็นตามที่มีพุทธบัญญัติอนุญาตไว้ ผู้ที่บวชก่อนเข้าพรรษาอยู่ประจำที่จนครบ ๓ เดือน และลาสิกขาหลังจากออกพรรษาแล้ว เรียกว่า บวชครบพรรษา. ภิกษุที่อยู่จำพรรษามาแล้วกี่ครั้ง ก็จะนับจำนวนครั้งเป็นพรรษาด้วย  เช่น เจ้าอาวาสวัดนี้อายุ ๕๕ ปี พรรษา ๓๕.  คำว่า พรรษา ๓๕ หมายถึง บวชผ่านมาได้ ๓๕ พรรษา. [จำนวนพรรษาของพระภิกษุใช้กำหนดลำดับอาวุโส ภิกษุที่มีพรรษา ๑ ถึง ๕ พรรษา เรียกว่า พระนวกะ ภิกษุที่มีพรรษา ๖ ถึง ๑๐ พรรษา เรียกว่า พระมัชฌิมะ ภิกษุที่มีพรรษา ๑๑ ถึง ๒๐ พรรษา เรียกว่า พระเถระ ภิกษุที่มีพรรษาเกิน ๒๐ พรรษา เรียกว่า พระมหาเถระ.]

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.