พระเจ้าวรวงศ์เธอ (ตอนที่ ๓)

          การสถาปนาสามัญชนขึ้นเป็นเจ้ามีปรากฏมาแต่ครั้งโบราณ เช่น เมื่อสมเด็จพระเพทราชาเสด็จขึ้นราชาภิเษกแล้วได้ทรงพระกรุณาสั่งให้นายช้างทรงบาศ ที่ “ร่วมคิดเอาราชสมบัติ” เป็น “กรมพระราชวังหลัง”  ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์มีเจ้านายซึ่งมิได้เป็นเชื้อสายในปฐมวงศ์อยู่ ๓ พระองค์คือ กรมหมื่นนรินทรพิทักษ์ พระภัสดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนรินทรเทวี พระองค์เจ้าขุนเณร ซึ่งทรงร่วมพระบิดากับกรมพระราชวังหลัง กรมขุนสุนทรภูเบศร์ เป็นพระภราดาร่วมสาบานกับสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท

          ในรัชกาลปัจจุบัน การสถาปนาพระอิสริยยศ “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า” ปรากฏในครั้งที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์ หม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต พระธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ และหม่อมเจ้าหญิงพิมลพรรณ รัชนี เป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๐ และครั้งที่ทรงสถาปนา หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ พระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ เป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗ ซึ่งการสถาปนาเจ้านายซึ่งเป็นหม่อมเจ้าทั้ง ๒ พระองค์นี้เป็นการสถาปนาพระอิสริยยศพระอิสริยศักดิ์หลังจากการถึงชีพิตักษัย นอกจากนี้ปรากฏการสถาปนาผู้เนื่องในราชสกุลเป็น “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า” คือการสถาปนา หม่อมหลวงโสมสวลี  กิติยากร ธิดาหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ และหม่อมเจ้าพันธุ์สวลี  กิติยากร เป็น “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายา” หลังจากพระราชพิธีอภิเษกสมรสเมื่อวันที่ ๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๐ ซึ่งต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงได้รับการเฉลิมพระนามเป็น “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ”  และเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๘ ได้มีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนา หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร.

  สุปัญญา  ชมจินดา