พริก

          ในการปรุงอาหารไทย พริกนับเป็นเครื่องปรุงสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้อาหารมีรสชาติขึ้น นอกจากความเผ็ดร้อนที่ช่วยให้เจริญอาหารแล้ว พริกยังมีสรรพคุณทางยาอีกหลายอย่างด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้ว่า

          พริก มีต้นกำเนิดแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ค้นพบเมื่อมีการสำรวจพบอเมริกาใต้ใหม่ ๆ และมีผู้นำไปปลูกในภูมิอากาศที่เหมาะสมคือไม่ร้อนจัดและฝนไม่ชุกจนขยายพันธุ์ไปทั่วรวมถึงในประเทศไทยที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น พริกจึงมีชื่อเรียกเฉพาะต่างกันไปตามท้องถิ่น โดยมักเรียกชื่อตามลักษณะของผล

          พริกขี้หนูมีผลขนาดเล็กยาวประมาณ ๑-๒.๕ ซม. เป็นพริกที่มีความเผ็ดจัด ในภาคกลาง เช่น พริกขี้นก พริกเกษตร พริกหอม พริกจินดา ในภาคเหนือ เช่น พริกแจว พริกแต้หนู ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น พริกห้วยสีทน พริกลาวหรือพริกเล็บมือนาง พริกน้อย ในภาคใต้ เช่น พริกกลาง พริกขี้นก ดีปลี พริกชน

          พริกชี้ฟ้ามีผลค่อนข้างเรียวยาว บางชนิดเผ็ดจัด เช่น พริกเหลือง แต่โดยทั่วไปจะเผ็ดน้อยกว่าพริกขี้หนู เช่น พริกแดง พริกเดือย พริกบ้าน พริกยำ พริกชี้ฟ้าใหญ่

          พริกหวานหรือพริกยักษ์มีผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา เผ็ดน้อย เช่น พริกหยวก พริกตุ้ม พริกม่วง

          นอกจากพริกสดที่นำมาใช้ปรุงอาหารแล้ว ยังสามารถเก็บพริกไว้ใช้ในรูปของพริกแห้งได้อีกด้วย โดยนำผลพริกซึ่งนิยมใช้คือพริกชี้ฟ้าและพริกขี้หนูที่แก่จัดมาทำให้แห้งทั้งผลหรือนำมาป่นเก็บไว้ พริกแห้งที่ทำจากพริกขี้หนูจะเป็นที่นิยมกันมากเพราะมีความเผ็ดแต่กลิ่นไม่ฉุน

          ผลของพริกนอกจากช่วยเพิ่มความเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นน้ำย่อยทำให้เจริญอาหารแล้ว ยังมีวิตามินซีสูง และใบของพริกหากนำมาขยี้ทาผิวหนังจะช่วยลดอาการปวดและตึงของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย.

กนกวรรณ ทองตะโก