พิณจีน เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยือนประเทศจีน เพื่อทรงแสดงดนตรี ในงานแสดงดนตรีและวัฒนธรรม “สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน” ครั้งที่ ๔ โดยทรงเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งชื่อว่า กู่เจิง จึงนำรายละเอียดของเครื่องดนตรีชนิดนี้จากหนังสือสารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย ภาคคีตะ-ดุริยางค์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน มาเสนอให้ทราบ ดังนี้ เจ้ง หรือ เจิ้ง เป็นพิณจีนโบราณชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกตามสำเนียงของภาษาที่แตกต่างกัน เช่น เจิง กู่เจิง หรือ โกวเจ็ง ตัวเครื่องทำด้วยไม้มีลักษณะเป็นกล่องกลวงยาว ด้านบนนิยมทำด้วยไม้ที่มีเนื้อพรุนแผ่นเดียว โดยตัดให้โค้งงอขึ้นคล้ายกับสะพานหรือหลังคาอุโมงค์ พื้นด้านล่างกรุเป็นช่องไว้ให้เสียงออกกังวาน บนผิวด้านบนมีลิ่มไม้อันเล็ก ๆ ฉลุเป็นลวดลายสวยงามวางเรียงรายรองหนุนสายทุกสาย โดยเรียงไปตามความยาวของตัวเครื่องในแนวทแยง ลิ่มไม้เหล่านี้ทำหน้าที่ถ่ายทอดแรงสะเทือนจากการดีดสายลงสู่ตัวเครื่องที่เป็นกล่องกลวง ทำให้เกิดเสียงก้องกังวานดีขึ้น พิณชนิดนี้นิยมวางดีดในแนวราบคล้ายกับจะเข้ของไทย จึงนิยมเรียกกันในชื่อภาษาไทยว่า จะเข้จีน ประวัติที่มาของเจ้งกล่าวกันว่า ก่อนสมัยของจิ๊นซีฮ่องเต้นั้น มีพิณใหญ่ขนาด ๕๐ สาย เสียงไพเราะมาก (บางตำนานกล่าวว่าเทพยดาเป็นผู้สร้างพิณนี้) แต่ไม่มีผู้ใดเคยเห็นหรือรู้วิธีการดีดพิณดังกล่าวเลย เพราะจิ๊นซีฮ่องเต้ทรงมีบัญชาให้เผาทำลายตำรับตำราและภาพวาดต่าง ๆ ก่อนสมัยของพระองค์ไปจนหมดสิ้น เนื่องจากมีพระประสงค์จะให้ชาวจีนมีวัฒนธรรมไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด และในสมัยของจิ๊นซีฮ่องเต้นี้เองที่มีการสร้างพิณขึ้นใหม่ มีสาย ๒๕ สาย จัดเรียงเสียงในระบบโน้ต ๕ ตัว (pentatonic) เป็นที่นิยมดีดบรรเลงกันสืบต่อมาจนทุกวันนี้ ซึ่งนับเป็นต้นกำเนิดของเจ้งในปัจจุบัน ต่อมาได้พัฒนาดัดแปลงพิณดังกล่าวเป็นขนาดต่าง ๆ กัน ในวงดนตรีไทยนั้น นายชนก สาคริก ได้นำเจ้งมาบรรเลงเพลงไทยเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ และพัฒนาขึ้นเป็น “วงเครื่องสายผสมเจ้ง” โดยใช้เจ้ง ๓ ตัว บรรเลงในแนวที่แตกต่างกัน ๓ ลีลา ร่วมกับซอด้วง ๑ คัน ซออู้ ๑ คัน ขลุ่ยเพียงออ ๑ เลา และ เครื่องกำกับจังหวะ นับว่าเป็นการผสมวงดนตรีไทยอีกรูปแบบหนึ่ง พัชนะ บุญประดิษฐ์ |

