พิสูท
ในกฎหมายตราสามดวงมีพระไอยการหนึ่งชื่อว่า ลักษณพีสูทดำน้ำลูยเพลิง หรือเขียนตามภาษาไทยในปัจจุบันว่า ลักษณะพิสูจน์ดำน้ำลุยเพลิง ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติไว้ถึงแนวทางการปฏิบัติเมื่อหาทางตัดสินข้อแพ้ชนะระหว่างคู่ความไม่ได้ ในกฎหมายนี้จึงได้กำหนดว่าจะใช้วิธีการอย่างไรในการตัดสิน
คำว่า พิสูจน์ ในปัจจุบัน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ อธิบายว่าเป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า วิสูจน หมายถึง บ่ง, ชี้แจงให้รู้เหตุผล เช่น เอาพยานหลักฐานไปพิสูจน์ความจริงในศาล, ทดลองให้เห็นจริง, ทดลองหาความจริง เช่น มีวิธีพิสูจน์ว่าเป็นผงชูรสแท้หรือไม่
ส่วนคำว่า พีสูท หรือ พิสูท ในกฎหมายตราสามดวงนั้น คณะกรรมการชำระและศึกษากฎหมายไทยโบราณ ราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า หมายถึง กระบวนการพิจารณาในระบบกฎหมายเก่าของไทย จะใช้ในกรณีที่ตระลาการไม่อาจหาความจริงได้จากพยานหลักฐานที่ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยนำมาแสดง ดังในหลักอินทภาษ กล่าวว่า “จึ่งเอาข้อฟ้องที่จำเลยมิรับมาถามจำเลย ถ้าจำเลยมิรับกลับสอบโจท ๆ มีแต่อ้างแลต่อถึงพิสูท แล้วจึ่งเอาคำซึ่งจำเลยให้การมาถามโจท ถ้าโจทมิรับกลับสอบจำเลย ๆ มีแต่อ้างแลต่อถึงพิสูท” และมีตัวอย่างในวรรณคดีเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่พระไวยเป็นความกับขุนช้าง ซึ่งมีการท้าพิสูจน์ด้วยการดำน้ำ และตอนนางศรีมาลาเป็นความกับนางสร้อยฟ้า ซึ่งมีการท้าพิสูจน์ด้วยการลุยเพลิง
คำว่า พิสูท อาจมาจากคำว่า พิสูทธิ หรือ วิสุทธิ์, วิศุทธิ์ ซึ่ง สุท หมายถึง ทำให้ทราบ, ทำให้บริสุทธิ์ หรือสุทธ หมายถึง ทำให้สะอาดแล้ว ซึ่งโดยปริยายคือ การล้างมลทิน ตามที่ปรากฎในลักษณะพิสูจน์ดำน้ำลุยเพลิงมีอยู่ ๗ ประการ คือ (๑) ล้วงตะกั่ว (๒) สาบาน (๓) ลุยเพลิงด้วยกัน (๔) ดำน้ำด้วยกัน (๕) ว่ายขึ้นน้ำแข่งกัน (๖) ว่ายข้ามฟากแข่งกัน และ (๗) ตามเทียนคนละเล่มเท่ากัน.
จินดารัตน์ โพธิ์นอก

