พิเรนทร์

          คำว่า พิเรนทร์ เป็นคำหนึ่งที่มักมีผู้สับสนไม่แน่ใจว่าจะเขียนว่า พิเรน หรือ พิเรนทร์ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒  ให้ความหมายคำว่า พิเรนทร์ ไว้ว่า “ว. อุตรินอกลู่นอกทาง เช่น เล่นพิเรนทร์ คนพิเรนทร์.” จากการให้ความหมายคำว่า “พิเรนทร์” ในพจนานุกรมฯ คำว่า “พิเรนทร์” ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ขยายคำกริยาและคำนาม  คำว่า เล่นพิเรนทร์ หมายถึง เล่นอุตรินอกลู่นอกทาง และ คนพิเรนทร์ หมายถึง คนอุตรินอกลู่นอกทาง และแม้ว่าจะเขียนคำว่า “พิเรนทร์” ได้ถูกต้องและทราบความหมาย แต่ก็มีผู้ใช้ภาษาจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ทราบที่มาของคำว่า “พิเรนทร์” ว่ามีที่มาอย่างไร   คำว่า พิเรนทร์ มีที่มาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ในกฎหมายตราสามดวง พระไอยการตำแหน่งนาทหารหัวเมือง ด้วยปรากฏราชทินนามระบุไว้ว่า “หลวงพิเรนณเทพบดีศรีสมุหะ เจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ขวา ตราคนถือหวายมือขวา นา ๒๐๐๐” ส่วนคำว่า เล่นพิเรนทร์ มีเรื่องเล่าที่มาของการใช้คำดังกล่าวปรากฏอยู่ในหนังสือเรื่อง ปกิณณกะในรัชกาลที่ ๕ โดยนายแพทย์นวรัต  ไกรฤกษ์  ให้ความหมายและที่มาของคำว่า พิเรนทร์ จากคำบอกเล่าของพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ (นพ  ไกรฤกษ์) ผู้เป็นบิดา ว่า เมื่อไทยเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสใน ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) นั้น มีพลเมืองที่นิยมทางไสยศาสตร์เกี่ยวกับการอยู่ยงคงกระพันล่องหนหายตัวได้ คิดอาสาสมัครออกรบกับฝรั่งเศส มีพระตำรวจหลวงผู้หนึ่งราชทินนามว่า พระพิเรนทรเทพ ออกความคิดจะจัดตั้งและฝึกหัดหน่วยจู่โจมพิเศษ โดยให้ดำน้ำไปเจาะเรือรบฝรั่งเศสให้จม พระพิเรนทร์ฯ ได้จัดการฝึกหัดบ่าวไพร่และผู้อื่นที่อาสาสมัครในคลองหน้าบ้านของท่านทุกวัน เพื่อให้เกิดความชำนาญและดำน้ำได้ทนเป็นพิเศษ แต่บางคนดำน้ำได้ไม่นานก็โผล่ขึ้นมา พระพิเรนทร์ฯ ต้องใช้ไม้ถ่อค้ำคอไว้ไม่ให้โผล่ขึ้นมาเร็วเกินไปจนเกิดมีการตายขึ้นจากการกระทำดังนั้น ความคิดที่จะจัดตั้งหน่วยจู่โจมพิเศษจึงต้องล้มเลิกไป พวกชาวบ้านจึงพากันเรียกการกระทำของพระพิเรนทร์ฯ ว่า “เล่นอย่างพิเรนทร์” ซึ่งเป็นคำพูดติดปากกันต่อมา เมื่อมีใครทำสิ่งใดแผลง ๆ อุตรินอกลู่นอกทางในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หรือไม่ควรกระทำ จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ “เล่นพิเรนทร์” หรือเป็น “คนพิเรนทร์”.

  สุปัญญา  ชมจินดา