ภาษีอากรโบราณ

เดิมพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ นิยามคำ ส่วย ๑ ไว้ว่า  ของที่เรียกเก็บจากพื้นเมืองส่งเป็นภาคหลวงตามวิธีเรียกเก็บภาษีอากรในสมัยโบราณ; เงินช่วยราชการตามที่กำหนดเรียกเก็บจากราษฎรชายที่มิได้รับราชการทหารเป็นรายบุคคล, รัชชูปการ ก็ว่า. และที่คำ รัชชูปการ ได้นิยามว่า  เงินช่วยราชการตามที่กำหนดเรียกเก็บจากราษฎรชายที่มิได้รับราชการทหารเป็นรายบุคคล.

ราชบัณฑิตยสถานได้มอบให้คณะกรรมการศึกษาและพัฒนาความรู้ประวัติศาสตร์ไทย แก้ไขปรับปรุงบทนิยามของคำ ๒ คำดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการฯ พิจารณาแล้ว ได้แก้ไขเป็นดังนี้

ส่วย ๑ เป็นโบราณศัพท์ มี ๓ ความหมาย คือ (๑) รายได้แผ่นดินประเภทหนึ่ง เรียกเก็บเป็นสิ่งของหรือเงินตราแทนการเข้าเดือนหรือการรับราชการ (๒) สิ่งของพื้นเมืองที่เมืองหลวงเรียกเกณฑ์จากหัวเมืองเป็นประจำเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการ และ (๓) บรรณาการจากประเทศราช

ส่วน รัชชูปการ เป็นโบราณศัพท์ หมายถึง เงินช่วยราชการตามที่กำหนดเรียกเก็บจากชายฉกรรจ์ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๘-๖๐ ปี ที่มิได้รับราชการทหารหรือได้รับการยกเว้นเป็นรายบุคคล เริ่มในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. ซึ่งบทนิยามนี้ อ้างอิงจากพระราชบัญญัติลักษณะการเก็บเงินรัชชูปการ พุทธศักราช ๒๔๖๒

นอกจากนี้ ยังมีคำว่า สมพัตสร เป็นโบราณศัพท์ หมายถึง อากรประเภทหนึ่งซึ่งเรียกเก็บจากจำนวนพื้นที่ที่ปลูกไม้ล้มลุกบางประเภทและจำนวนไม้ผลยืนต้นบางประเภท เช่น ขนุน เงาะ กระท้อน มะไฟ โดยเก็บเป็นรายปี และยังมีคำที่เก็บเพิ่มใหม่คือ คำว่า พลากร ๒ เป็นโบราณศัพท์ หมายถึง อากรที่เรียกเก็บจากจำนวนต้นของไม้ผลยืนต้น ๗ ชนิด คือ ขนุน กระท้อน เงาะ ส้มต่าง ๆ มะไฟ ฝรั่ง สาเก และไม้ล้มลุกคือสับปะรด.

ปิยรัตน์  อินทร์อ่อน