ภูเก็ต

          ชื่อจังหวัดภูเก็ตนั้น มีผู้สันนิษฐานถึงที่มากันอย่างหลากหลาย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวินิจฉัยไว้ในจดหมายเหตุเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. ๑๒๘ ว่า “….เมืองภูเก็จนั้นเป็นเมืองที่เพิ่งจะมีขึ้นใหม่ ๆ ดูว่าน่าจะมาจากภาษามลายู ว่า บูกิต แล้วจึงแปลงมาเป็นพูเก็ต ต่อมาบางทีจะมีใครที่มีความรู้ภาษาไทยดี ๆ  มาคิดเขียนตัวสะกดเสียใหม่ ว่า ภูเก็จ ให้สำเนียงคงอยู่อย่างเดิม แต่ให้มีคำแปลขึ้น  คือผสมคำว่า ภู แปลว่า เขา กับเก็จ แปลว่าฝั่ง เข้าด้วยกัน…”  บ้างก็ว่า น่าจะเขียน ภูเก็จ ซึ่งแปลว่า ภูเขาแก้ว และยังสอดคล้องกับตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดที่เป็นภาพทะเลล้อมรอบภูเขาซึ่งมียอดเป็นดวงแก้ว   บ้างก็ว่า  ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของเกาะที่เป็นเทือกเขาใหญ่น้อยทอดยาวไปในทะเลจึงถูกเรียกว่า บูเก๊ะ  ที่แปลว่าภูเขาตามสำเนียงของคนพื้นเมือง และอาจมาจากคำ บูกิต (Bukit) ในภาษามลายูที่แปลว่า ภูเขา เช่นกัน 

          คำว่า ภู ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้นิยามไว้ ๒ ความหมาย คือ ๑. ดิน แผ่นดิน โลก ๒. เนินที่สูงขึ้นเป็นจอม; เขา  คำ ภู ใช้เรียกชื่อภูเขาต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างภูเขียว ภูกระดึง ภูชี้ฟ้า ภาคเหนือใช้ว่า ดอย เช่น ดอยสุเทพ ดอยสะเก็ด ดอยปุย ภาคกลางและภาคใต้ใช้ว่า เขา เช่น เขาใหญ่  เขาหลวง  ส่วนคำ เก็ต นั้น ไม่มีความหมายในภาษาไทย  มีข้อสังเกตว่า ตารางเทียบเสียงพยัญชนะภาษามลายู ตามหลักเกณฑ์การทับศัพท์ของราชบัณฑิตยสถาน  พยัญชนะ t  เมื่อถอดเป็นพยัญชนะภาษาไทยใช้   เป็นตัวสะกด ถ้า ภูเก็ต คลี่คลายมาจาก บูเก๊ะ หรือ บูกิต ก็คงมีการเปลี่ยนตัวสะกดของพยางค์แรกให้พ้องรูปและพ้องความหมายกับคำ ภู ในภาษาไทย ส่วน เก็ต ในพยางค์หลังยังคงรูปเดิมไว้ ทำให้พอนึกถึงต้นกำเนิดที่มาจากภาษาถิ่นของชาวพื้นเมืองได้บ้าง แล้วคนภูเก็ตล่ะ เห็นด้วยหรือไม่. 

  รัตติกาล  ศรีอำไพ