มรณศึกษา

          ในปัจจุบัน เมื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีมากขึ้น หลายสิ่งมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกายมนุษย์ แต่จะช้าหรือเร็วอย่างไร มนุษย์ก็ไม่สามารถจะหลีกหนีความตายไปได้ เพื่อให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้น จึงได้มีการศึกษาเกี่ยวกับความตาย หรือที่รู้จักกันในชื่อ มรณศึกษา (death education)

          คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ร่วมสมัย ราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า มรณศึกษา หมายถึง การจัดเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้เรื่องความตายและการสูญเสีย ตลอดจนแนวปฏิบัติต่อผู้ใกล้ตาย เน้นความรู้ความเข้าใจทั้งทางกายภาพ การพัฒนาจิตใจและอารมณ์ การปรับตัว ตลอดจนความสามารถในการเผชิญสถานการณ์อย่างมีสติและมีเหตุผล การนำเรื่องความตายมาเป็นสาระการเรียนรู้นั้นมีประโยชน์ในการเตรียมตัวเพื่อเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ในเมื่อการศึกษาคือชีวิตและเป็นกระบวนการพัฒนาชีวิต ความตายจึงเป็นสภาวะหนึ่งในวงจรของชีวิตที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ และตาย มรณศึกษา ช่วยให้บุคคลยอมรับได้ว่าความตายเป็นเรื่องธรรมชาติเกิดขึ้นได้กับทุกคน มีความระมัดระวังในการดำเนินชีวิต และยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้ ผู้เรียนได้ฝึกการมีสติ ไม่ประมาท ควบคุมอารมณ์ได้ เมื่อเกิดการพลัดพราก เข้าใจความสัมพันธ์และคุณค่าของบุคคลที่อยู่แวดล้อม เรียนรู้กฎหมาย ประเพณี พิธีกรรม เพื่อสามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้อง เหมาะสม เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์เกี่ยวกับความตาย ส่วนผู้ที่มีภาวะใกล้ตายจะได้รับการดูแลอย่างมีมนุษยธรรม เคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และพร้อมที่จะจากไปอย่างสงบ

          ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย มีเนื้อหาเรื่องความตายสอดแทรกอยู่บ้างในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ในระดับอุดมศึกษามีการสอนใน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในบางสาขาวิชาที่เกี่ยวกับการแพทย์ยังมีการสอนแนวทางการปฏิบัติตนและการเยียวยาผู้ป่วยในภาวะใกล้ตายอีกด้วย.

จินดารัตน์ โพธิ์นอก