มหาหิงคุ์

          หนึ่งในของใช้เด็กอ่อนที่หลาย ๆ บ้านมักจะมีไว้ใช้ทาท้องรอบสะดือเด็กหลังอาบน้ำหรือทาเวลาที่เด็กมีอาการร้องไห้โยเยไม่ทราบสาเหตุ คือ มหาหิงคุ์    สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม ๒๒  อธิบายไว้ว่า

          มหาหิงคุ์ เป็นยางไม้  มีสีขาวแกมเทา สีเหลืองด้านหรือสีน้ำตาลอมแดง ได้จากการกรีดเหง้าและรากของต้นมหาหิงคุ์

          ต้นมหาหิงคุ์ มีชื่อสามัญว่า Ferula หรือ Fennell Gyant เป็นไม้ล้มลุก สูงได้ถึง ๓ เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง ๒.๕ ถึง ๑๒.๕ เซนติเมตร  ลำต้นสีเขียวเกลี้ยง ใบเป็นฝอย ก้านใบกลม เมื่อออกดอกแล้วมักสลัดใบ ดอกสีเหลืองอ่อน รากและเหง้ากลมยาวเรียว สีน้ำตาล เนื้อในสีขาว จะให้ยางได้เมื่ออายุประมาณ ๕ ปี  พบขึ้นอยู่ในประเทศอิหร่าน อัฟกานิสถาน สหภาพโซเวียต และทิเบต

          มหาหิงคุ์มีกลิ่นฉุน ร้อน และมีรสเผ็ดร้อนและขม มีสรรพคุณเป็นยา ใช้เป็นยาขับลมผาย  แก้อาการเกร็ง  แก้ท้องขึ้น  ท้องเฟ้อ  เสียดท้อง  ขับเสมหะ เป็นยาระบายอย่างอ่อน  ขับพยาธิในท้อง  ขับปัสสาวะ  เป็นยากระตุ้นความกำหนัด  ขับประจำเดือน  แก้อาการทางประสาทชนิดฮีสทีเรีย  และใช้เป็นยาทาภายนอก ทาแก้กลาก แก้แมลงกัดสัตว์ต่อย ตลอดจนทาหน้าท้องเด็ก เพื่อบรรเทาอาการท้องอืด  แต่ในปัจจุบันไม่นิยมใช้เป็นยาสำหรับคน แต่ยังใช้เป็นยาสำหรับสัตว์

          มหาหิงคุ์ที่ทำเป็นสินค้าแบ่งโดยลักษณะได้ ๒ ชนิด คือ ชนิดร่วน  เรียกว่า  “มหาหิงคุ์เนื้อแพะ”  มักมีสิ่งแปลกปลอม เช่น เศษราก ดินปนอยู่   กับชนิดเหนียว  เรียกว่า  “มหาหิงคุ์ยางโพธิ์”  มักทำเป็นก้อนกลมหรือแบน  ซึ่งบางครั้งผู้ที่อ่านตำรายาไม่สันทัด  มักเข้าใจคำว่า  มหาหิงคุ์ยางโพธิ์ เขวไปว่าเป็นตัวยา ๒ ชนิด  จึงนำทั้งมหาหิงคุ์และยางโพธิ์มาใช้คู่กัน.

       กนกวรรณ  ทองตะโก