มะงุมมะงาหรา

          พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒  นิยามคำมะงุมมะงาหรา ว่า เป็นคำกิริยา หมายถึง เที่ยวป่า เช่น ก็จะพาดวงใจไคลคลา ไปมะงุมมะงาหราสำราญ  บทร้อยกรองในนิยามดังกล่าวมาจากวรรณคดีเรื่องอิเหนา โดยเนื้อเรื่องในตอนนี้กล่าวถึงความเจ้าชู้ของอิเหนาตัวเอกของเรื่อง จนเป็นเหตุให้ต้องปลอมองค์พเนจรไปมะงุมมะงาหรา ปัจจุบันคำมะงุมมะงาหราใช้เป็นภาษาปากที่พูดกันทั่วไปในความหมายว่า อาการที่ดั้นด้นไปโดยไม่รู้ทิศทาง และมีนัยทางอ้อม หมายถึง งุ่มง่าม เช่น มัวแต่มะงุมมะงาหราอยู่นั่นแหละ เมื่อไรจะได้ล่ะ

          ศัพท์ที่มีรากเหง้ามาจากภาษาชวานั้นมีอีกมาก ส่วนใหญ่มาจากวรรณคดีเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ ซึ่งได้เค้ามาจากนิทานชวา ศัพท์หลายคำเป็นที่รู้จักกันมานานและกลายเป็นคำไทยไปแล้ว เพราะปรากฏอยู่ในพจนานุกรมฯ  อาทิ บุหงารำไป  หมายถึง ดอกไม้ที่ปรุงด้วยเครื่องหอมแล้วบรรจุในถุงผ้าโปร่งเล็ก ๆ ทําเป็นรูปร่างต่าง ๆ มักเรียกย่อว่า บุหงา  บุหลัน  หมายถึง เดือน ดวงเดือน พระจันทร์ อีกความหมาย คือ ชื่อเพลงไทยมี ๒ เพลง คือ บุหลันชกมวย และ บุหลันเลื่อนลอย  ตุนาหงัน  เป็นคำกิริยา หมายถึง หมั้นไว้ (เพื่อแต่งงาน)   ยาหยี  หมายถึง น้องรัก  ยิหวา  หมายถึง ดวงชีวิต ดวงใจ  การะบุหนิง  หมายถึง ดอกแก้ว กะหลาป๋า หมายถึง (๑) ชื่อเมืองในเกาะชวาสมัยโบราณ ต่อมาเรียก ปัตตาเวีย ปัจจุบันชื่อ จาการ์ตา (๒) เรียกหมวกชนิดหนึ่งสานด้วยไม้ไผ่อย่างละเอียด รูปทรงสูง ผู้หญิงนิยมใช้ในเวลาแข่งเรือ มีดอกไม้จีนเสียบ เป็นของเก่าในสมัยต้นรัชกาลที่ ๕ ขึ้นไปว่า หมวกกะหลาป๋า (๓) เรียกขวดแก้วสำหรับใช้ใส่น้ำอบ ทรงกระบอกแปดเหลี่ยม มีสีต่าง ๆ มีจุกแก้ว เถาหนึ่งมี ๓ ใบ ว่า ขวดกะหลาป๋า

          ผู้อ่านองค์ความรู้ภาษาไทยมีคู่ตุนาหงันกันหรือยังคะ หน้าหนาวใกล้เข้ามาแล้วนะ ยังไม่รีบอีก.

รัตติกาล  ศรีอำไพ