มะละกอ
  
          ผลไม้ส่วนใหญ่จะรับประทานอร่อยเมื่อผลแก่จัดได้ที่  แต่มีผลไม้บางชนิดนิยมรับประทานทั้งที่เป็นผลดิบและผลสุก เช่น มะละกอ  ทราบไหมว่ามะละกอนั้นมีถิ่นกำเนิดที่ใด  สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม ๒๓  อธิบายไว้ว่า

          มะละกอเป็นผลไม้เขตร้อนชนิดหนึ่งของทวีปอเมริกา เข้าใจว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ในเม็กซิโกตอนใต้และคอสตาริกา  ต่อมามีผู้นำเมล็ดมะละกอจากชายฝั่งทะเลเหนือปานามาไปยังดาเรียน และถูกนำต่อไปยังหมู่เกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะอินเดียตะวันตก  จากนั้นมีชาวสเปนนำเอาเมล็ดมะละกอเข้าไปปลูกในเมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และแพร่ต่อไปยังประเทศอินเดีย  แต่ไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดว่ามะละกอเข้ามาในประเทศไทยเมื่อใด

          มะละกอจัดเป็นพืชที่มีลำต้นเป็นพวกไม้เนื้ออ่อน ลำต้นเดี่ยว ภายในกลวงไม่มีเนื้อไม้  มะละกอที่จะให้ผลได้จะต้องเป็นมะละกอตัวเมียคือที่ต้นมีแต่ดอกตัวเมียซึ่งเมื่อได้รับละอองเรณูจากต้นอื่นมาผสมจึงจะติดผล  แต่หากเป็นมะละกอตัวผู้คือต้นมะละกอที่มีแต่ดอกตัวผู้ซึ่งโดยปรกติจะไม่ให้ผล แต่ในบางสภาพแวดล้อม เช่น มีอากาศเย็นหรือชื้นมาก ๆ ต้นมะละกอตัวผู้อาจให้ดอกกะเทยตรงปลายช่อดอก ผลที่ได้จะกลม ขนาดไม่ใหญ่ มีก้านช่อยาวมาก เรียกกันว่ามะละกอนมยาน

          นอกจากผลที่กินได้ทั้งสุกและดิบแล้ว  น้ำยางของมะละกอยังมีคุณสมบัติในการย่อยโปรตีน และทำให้นมจับตัวแข็ง จึงนิยมใช้ในอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น ทำเนื้อกระป๋อง ทำเบียร์  ในทางเภสัชกรรม น้ำยางจากผลมะละกอดิบนี้สามารถนำมาใช้เป็นยาขับพยาธิ  ยาช่วยย่อยอาหาร  เป็นส่วนผสมในยาระบายและขับปัสสาวะ เป็นต้น

          พันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทย เช่น พันธุ์แขกดำ พันธุ์โกโก้ พันธุ์สายน้ำผึ้ง  ซึ่งเมื่อผลสุก พันธุ์แขกดำและพันธุ์โกโก้จะมีเนื้อสีแดง  ส่วนพันธุ์สายน้ำผึ้งจะมีเนื้อสีเหลืองปนส้ม.

       กนกวรรณ  ทองตะโก