ยามตามคติบาลี
ยาม หมายถึง ช่วงเวลาในตอนกลางคืน ในวรรณคดีไทยถือตามคติสันสกฤตว่า คืนหนึ่งมี ๔ ยาม ยามหนึ่งมี ๓ ชั่วโมง แต่คติที่ปรากฏในวรรณคดีบาลีรวมถึงวรรณคดีบาลีที่แปลแต่งเป็นภาษาไทยว่าไว้ต่างกัน คือกำหนดว่า คืนหนึ่งมี ๓ ยาม ยามหนึ่งมี ๔ ชั่วโมง เรียกยามทั้ง ๓ ช่วงนี้ตามลำดับว่า ปฐมยาม (อ่านว่า ปะ -ถม-มะ -ยาม) ทุติยยาม (อ่านว่า ทุ -ติ-ยะ -ยาม) และปัจฉิมยาม (อ่านว่า ปัด-ฉิม-มะ -ยาม) ตามลำดับ. ปฐมยาม หรือ ยามแรก ได้แก่ช่วงเวลา ๑๘.๐๐-๒๒.๐๐ น. ทุติยยาม หรือ ยามที่ ๒ ได้แก่ช่วงเวลา ๒๒.๐๐-๐๒.๐๐ น. และ ปัจฉิมยาม หรือ ยามสุดท้าย ได้แก่ช่วงเวลา ๐๒.๐๐-๐๖.๐๐ น. ยามตามคตินี้ปรากฏในเรื่องมงคลสูตรคำฉันท์ (อ่านว่า มง-คน-ละ -สูด-คำ-ฉัน) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์จากมงคลสูตรและอรรถกถามงคลสูตร (อ่านว่า อัด-ถะ-กะ -ถา-มง-คน-ละ -สูด) ความตอนหนึ่งกล่าวถึงเทวดามาเฝ้าพระพุทธเจ้าหลังพ้นปฐมยามหรือพ้นเวลา ๒๒.๐๐ น. ไปแล้ว เพื่อทูลถามพระพุทธเจ้าว่า สิ่งใดเป็นมงคล
ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

