ระเนนระนาด-ระเนระนาด

           คำที่มีปัญหาในการเขียนอยู่คำหนึ่ง มีผู้ถามผมว่าเขียนอย่างไรจึงจะถูก นั่นคือคำว่า “ระเนระนาด” กับ “ระเนนระนาด” เพราะคำทั้ง ๒ นี้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๔๙๓ มิได้เก็บไว้  เก็บแต่ “ระเนน” ซึ่งได้ให้ความหมายไว้ว่า “ว. ล้มทับกัน เอนราบทับกัน” กับ “ระนาด” ซึ่งในความหมายที่เป็นวิเศษณ์  ท่านให้ความหมายไว้ว่า “ว. ระเนน ล้มทับกัน เรียงกันเป็นแถว”  แต่ในพจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้เก็บไว้ทั้ง “ระเนน” “ระนาด” และ “ระเนระนาด” โดยได้ปรับปรุงแก้ไขบทนิยามของคำว่า “ระเนน” เล็กน้อยเป็น “ว. อาการที่ล้มทับกัน อาการที่เอนราบทับกัน.” และคำว่า “ระนาด” ก็ได้ให้บทนิยามว่า “ว. อาการที่ล้มทับกัน อาการที่เรียงกันเป็นแถว.” แต่พอมาถึง “ระเนระนาด” ท่านไม่ได้เก็บเป็น “ระเนนระนาด” ทั้ง ๆ ที่น่าจะเป็น “ระเนนระนาด” ทั้งนี้เพราะเป็นการนำเอาคำ “ระเนน” กับ “ระนาด” มาเข้าคู่กัน อย่างไรก็ดี พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้เก็บไว้อย่างนั้น และได้ให้บทนิยามไว้ว่า “ว. เกลื่อนกลาด (ใช้แก่สิ่งที่อยู่ในลักษณะที่ล้มทับกันอยู่เรี่ยรายมากมาย) ระเนนระนาด ก็ว่า.” นั่นคือมีลักษณะล้มทับเรียงกันอย่างลูกระนาดนั่นเอง สาเหตุที่ท่านเก็บเป็น “ระเนระนาด” ก็เพราะคนทั่ว ๆ ไปใช้กันอย่างนั้น เราไม่ค่อยได้ยินใครพูดว่า “ล้มระเนนระนาด” นอกจากในภาษาหนังสือเท่านั้น แต่แม้ในภาษาเขียนส่วนมากก็เขียนเป็น “ระเนระนาด” ตามเสียงพูด จะมีที่เขียนเป็น “ระเนนระนาด” อยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เช่น ในนวนิยายเรื่อง “สมิงป่าสัก” โดย ยอดธง ภูวนาถ ในนิตยสารรายสัปดาห์ ชื่อ “เรื่องจริง” ฉบับที่ ๓๐๗ ประจำวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๗ มีข้อความตอนหนึ่งว่า “เจ้าคนที่เข้ามาหาเคราะห์อย่างไม่รู้ตัว หงายระเนนระนาดจมเลือด”

            เหตุที่พจนานุกรม ท่านเก็บคำว่า “ระเนน” ไว้ แทนที่จะเก็บ “ระเน” นั้น ผมได้ถามอาจารย์บรรจบ พันธุเมธา แล้ว ท่านบอกว่า คำว่า “ระเนน” คำนี้ มาจากภาษาเขมรว่า “รแนล” แปลว่า แผ่เหยียดยาว เรี่ยราย เช่น “เฎกรแนล” (เดจ-รัวแนล) แปลว่า นอนเหยียดยาว หรือ “ฎวลรแนล” (ดวล-รัวแนล) แปลว่า ล้มเหยียดยาว

            เป็นอันว่าคำนี้เขียนได้ทั้ง ๒ อย่าง คือ ทั้ง “ระเนระนาด” และ “ระเนนระนาด” ครับ.

ผู้เขียน : .จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม
ที่มา : ภาษาไทยไขขาน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แพร่พิทยา. ๒๕๒๘. หน้า ๑๕-๑๖.