ราหู ราหูเป็นอสุรกายที่มีลักษณะดุร้าย มีปรากฏเฉพาะรูปหน้า ไม่มีกายท่อนล่าง เหตุที่เป็นเช่นนั้น มีเรื่องเล่ากันทางอินเดียตอนใต้ว่า เมื่อครั้งที่เหล่าอสูรและเทวดาทั้งหลายช่วยกันกวนน้ำในเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอมฤตมาดื่มกินเพื่อจะได้มีชีวิตเป็นนิรันดรนั้น ราหูเป็นอสูรที่พยายามจะแอบลักดื่มน้ำอมฤต พระอาทิตย์กับพระจันทร์ซึ่งมีหน้าที่เฝ้าน้ำอมฤตเห็นเข้าก็ทูลฟ้องพระอินทร์ พระอินทร์จึงตัดศีรษะราหูเสียก่อนที่ราหูจะมีโอกาสกลืนน้ำอมฤตลงไปในท้อง ถึงแม้ราหูจะถูกตัดหัวออกจากร่างกาย แต่ลิ้นและลำคอของราหูก็สัมผัสรสน้ำอมฤตนั้นแล้ว จึงทำให้ส่วนหัวของราหูไม่ตายเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำอมฤต ฉะนั้น ครั้งใดที่ราหูได้พบพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ ราหูซึ่งมีความอาฆาตแค้นก็จะไล่จับพระอาทิตย์หรือพระจันทร์มากิน เมื่อราหูกลืนพระอาทิตย์ได้สำเร็จก็จะเกิดสุริยุปราคา และเมื่อกลืนพระจันทร์ได้สำเร็จก็จะเกิดจันทรุปราคา ราหูมีลักษณะเช่นเดียวกับเกียรติมุข และมักพบประดับเป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมในที่เดียวกัน คืออยู่บนยอดของซุ้มหน้าต่างหรือประตูตามเทวสถานต่าง ๆ นิยมใช้ประดับกันอย่างแพร่หลายทั้งในลังกา เนปาล ทิเบต ชวา พม่า มอญ และไทย ความแตกต่างเท่าที่เห็นได้จากรูปทั้งสองนี้ คือ รูปเกียรติมุขมีแต่ส่วนศีรษะเหลืออยู่ให้เห็น ส่วนรูปราหูนั้นมีมือกำลังจับพระอาทิตย์หรือพระจันทร์กลืนกิน ซึ่งทางภาคตะวันออกของอินเดียนิยมเรียกเกียรติมุขว่า ราหูมุข หรือ คราสมุข ในประเทศไทยนอกจากพบราหูและเกียรติมุขใช้ประดับตกแต่งอาคารสถานที่แล้ว ยังนิยมใช้ในทางจิตรกรรมด้วย เช่น เขียนเป็นภาพผนังประดับอุโบสถและวิหาร เขียนบนแผ่นโล่หรือเขียนเป็นลายประดับที่เรียกกันว่า ลายหน้าสิงห์ เนื่องจากไทยคงรับความเชื่อว่าเป็นรูปเครื่องรางมงคลที่ใช้กำจัดความชั่วร้ายต่าง ๆ และรับรู้เรื่องราหูอมพระอาทิตย์และพระจันทร์ ดังนั้นเมื่อเกิดอุปราคาขึ้นครั้งใดก็จะช่วยเหลือขับไล่โดยการตีเกราะเคาะไม้ให้ราหูตกใจกลัวจะได้คายพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ พัชนะ บุญประดิษฐ์ |

