ร้อยแก้ว-ร้อยกรอง

          คำร้อยแก้ว-ร้อยกรองนี้ ผู้เขียนเห็นว่าไพเราะดีและหลายคนอาจยังไม่ทราบความแตกต่างที่ชัดเจน ผู้เขียนจึงขอถือโอกาสหยิบยกขึ้นมาอธิบายอย่างคร่าว ๆ ค่ะ

          การเขียนความเรียงหรือร้อยแก้วแบ่งได้เป็น ๔ ประเภท คือ การพรรณนา การบรรยาย การกล่าวเพื่อโน้มน้าวจิตใจ  และการอธิบายความ โดยการเขียนนั้นไม่จำกัดจำนวนถ้อยคำและประโยค ไม่มีกฎเกณฑ์ทางฉันทลักษณ์บังคับ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นถ้อยคำที่เขียนขึ้นเพื่อสื่อสารกันธรรมดา เพียงแต่ต้องมีความถูกต้องตามหลักภาษานั้น ๆ และทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ดี เช่น เรียงความ เรื่องสั้น สุภาษิต คติพจน์ ตลอดจนการแปลหนังสือต่างประเทศ  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายของคำร้อยแก้วไว้ดังนี้ น. ความเรียงที่สละสลวยไพเราะเหมาะเจาะด้วยเสียงและความหมาย

          ส่วนคำ ร้อยกรองนั้น เป็นคำรวมเรียก โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย  เขียนโดยการนำถ้อยคำมาประกอบกันขึ้นให้มีลักษณะตามรูปที่กำหนดไว้ หรือมีกฎเกณฑ์ทางฉันทลักษณ์บังคับ มีสัมผัสที่คล้องจองกัน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้นิยามของคำร้อยกรองไว้ดังนี้ น. คําประพันธ์ ถ้อยคําที่เรียบเรียงให้เป็นระเบียบตามบัญญัติแห่งฉันทลักษณ์

          นอกจากนี้พจนานุกรมฯ ยังให้ความหมายของคำร้อยกรองในชนิดคำกริยาว่า ก. สอดผูกให้ติดต่อกัน ร้อย ถัก และเย็บงานประเภทประณีตศิลป์เช่นดอกไม้ให้เป็นรูปต่าง ๆ เช่น ร้อยกรองข่ายคลุมไตร ร้อยกรองสไบ; ตรวจชําระให้ถูกต้อง สังคายนา ในคําว่า ร้อยกรองพระธรรมวินัย; แต่งหนังสือดีให้มีความไพเราะ เรียบเรียงถ้อยคําให้เป็นระเบียบตามบัญญัติแห่งฉันทลักษณ์

          ร้อยแก้ว-ร้อยกรอง ออกเสียงก็ไพเราะ ความหมายก็งดงามนะคะ.

รัตติกาล  ศรีอำไพ