ลงยาสี หนึ่งในวิธีการตกแต่งสิ่งของ เครื่องใช้ และเครื่องประดับที่ทำด้วยทองแดง เงิน และทองคำ คือวิธีที่ช่างและคนไทยทั่วไปเรียกสั้น ๆ ว่า ลงยา ทราบไหมคะว่ากรรมวิธีดังกล่าวนี้มีที่มาและวิธีการทำอย่างไรบ้าง สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่ม ๒๕ อธิบายไว้ว่า การลงยามีในหลายประเทศและมีอยู่หลายแบบ ประเทศไทยนิยมในแบบที่เรียกว่า กลัวซอนเน (cloisonné) หรือที่จีนเรียกว่า ฟาลัง (fa-lang) ซึ่งนิยมกันมาตั้งแต่อียิปต์ กรีก เปอร์เซีย โรมัน และตะวันออกกลาง ตลอดจนประเทศในเอเชียด้วย กรรมวิธีการลงยาสีของไทยนั้น ชาวเปอร์เซียคงเป็นผู้นำเข้ามาเผยแพร่ตั้งแต่สมัยอยุธยา จึงนิยมอยู่ในหมู่ข้าราชการและราชสำนัก และคงไม่มีสีมากเท่าปัจจุบันเพราะปรากฏในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดปรานลงยาสีชนิดที่เรียกว่า ราชาวดี โดยเป็นสีฟ้าสีเดียว ดังนั้น เครื่องราชูปโภคหลายชิ้นจึงลงยาราชาวดี ซึ่งตัวยาสีนี้คือแก้วสีที่หลอมละลายกับแร่ธาตุที่มีสีต่าง ๆ ได้เป็นสีใสตามเนื้อแก้ว ถ้าต้องการให้ขุ่นจะผสมออกไซด์ของดีบุกหรือพลวง สิ่งของที่จะลงยาสีตรงส่วนใดจะต้องทุบตรงส่วนนั้น ๆ ให้บุบลงเล็กน้อย หรือกั้นขอบด้วยลวดโลหะชนิดเดียวกับสิ่งของนั้น แล้วนำเอาผงแก้วผสมกับน้ำในถ้วยเล็ก ๆ ใช้ลวดเล็กทุบปลายแบนตักเอาตัวยาใส่ลงตามตำแหน่งที่ต้องการแต่ละสี ถ้าเป็นของเล็กมากจะใช้เมือกจากเมล็ดแมงลักผสม เพราะมีความเหนียวพอแก่การทำให้ติดลงในร่องหรือเนื้อที่เล็ก ๆ ได้ง่าย หลังจากนั้นใช้ชายผ้าเปียกจุ่มลงไปเพื่อดูดซับน้ำออก แล้วให้ความร้อนซึ่งจะทำให้ตัวยาละลายเยิ้มติดกับพื้นสิ่งของนั้น ทิ้งไว้ให้เย็นจึงขัดด้วยหินไฟเพื่อให้เรียบเสมอเนื้อโลหะ การขัดนี้จะทำให้ตัวยาสีหมองไม่ใส ต้องใช้ความร้อนโฉบหรืออบอีกครั้งเพื่อให้ตัวยากลับเป็นเงาวับและสดใสขึ้นอีก จากสิ่งของ เครื่องใช้ หรือเครื่องประดับที่เดิมมีความสวยงามอยู่แล้ว เมื่อมีการประดับตกแต่งด้วยกรรมวิธีลงยาสี ก็จะยิ่งเพิ่มความสวยงามและทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย. กนกวรรณ ทองตะโก |

