ลม

          พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เก็บความหมายของคำว่า ลม ไว้หลายความหมาย เช่น ธาตุอย่างหนึ่งในธาตุทั้ง ๔ ของร่างกาย คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ถ้าลมในร่างกายแปรปรวนไม่ปรกติจะทําให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้ เช่น เป็นลม; ลมหายใจ เช่น หมดลม สิ้นลม หมายความว่า ตาย; อากาศที่เคลื่อนที่; ชื่อโรคชนิดหนึ่ง มีอาการหลายอย่าง เช่น วิงเวียน หน้ามืด คลื่นเหียน ถ้าอาการรุนแรงอาจถึงแก่สิ้นสติหรือตายได้ เช่น เขาเป็นลมแน่นิ่งไป 

          ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะ “ลม” ซึ่งหมายถึงอากาศที่เคลื่อนที่ ซึ่งเกิดจากความกดอากาศ ลมพัดได้ทุกฤดูกาล มีทั้งที่พัดเบาและมีกำลังแรง  ลมจึงมีทั้งประโยชน์และโทษ เช่น เรือสำเภาต้องอาศัยแรงลมในการแล่นเรือ การวิดน้ำเข้านาหรือการสีข้าวของโรงนาก็ต้องอาศัยแรงลมทำให้กังหันหมุน แต่หากพัดแรงจัดจะทำให้เกิดภัยพิบัติที่นำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินและชีวิตได้เรียกว่าวาตภัย

          คำเรียกชนิดของลมตามกำลังแรงของลม เช่น  ลมโชย คือลมที่พัดอ่อน ๆ  ลมแดง คือลมพายุที่พัดแรงจัด ท้องฟ้ามีสีแดง  ลมตก คือกระแสลมพัดอ่อน ๆ (มักพัดในเวลาเย็น) เช่น แดดร่มลมตก  ลมตึง คือลมกระโชกแรง  คำเรียกลมตามแหล่งที่เกิด เช่น  ลมทะเล คือลมที่พัดจากทะเลเข้าหาฝั่งในเวลากลางวัน เนื่องจากเวลากลางวันพื้นดินร้อนกว่าพื้นนํ้า ทําให้อากาศที่อยู่เหนือพื้นดินลอยตัวสูงขึ้น อากาศจากทะเลซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจึงเข้ามาแทนที่  ลมบก คือลมที่พัดออกจากฝั่งไปสู่ทะเลในเวลากลางคืน เนื่องจากอุณหภูมิของนํ้าทะเลอุ่นกว่าอุณหภูมิของพื้นดินที่อยู่ใกล้เคียง อากาศเหนือผิวนํ้าจะลอยตัวสูงขึ้น อากาศจากพื้นดินจึงพัดเข้าไปแทนที่  คำเรียกลมที่นำอุณหภูมิมา เช่น ลมร้อน คือลมที่นำความร้อนมาด้วย  ลมหนาว คือลมที่นำความหนาวเย็นมาด้วย  

          นอกจากนี้ยังนำคำว่า “ลม” มาใช้ในชื่อเพลง เช่น ลมพัดชายเขาเป็นชื่อเพลงไทยทำนองหนึ่ง และใช้ในสำนวนไทยด้วย เช่น กินลมกินแล้ง หมายถึงไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

      ลัดดา  วรลัคนากุล