ลักษณะพิเศษ

          ชาวพุทธถือว่าการสร้างพระพุทธรูปเป็นการแสดงถึงความศรัทธาเลื่อมใสที่มีต่อพระบรมศาสดาและเพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน  แต่การสร้างพระพุทธรูปก็ย่อมต้องสร้างให้มีลักษณะพิเศษ เนื่องจากเป็นตัวแทนของพระบรมศาสดา  หนังสือศิลปกรรมไทย: พระพุทธปฏิมา พระบรมมหาราชวัง วัด เรือนไทยภาคกลาง ฉบับราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึงลักษณะพิเศษไว้ว่า เมื่อมีการคิดประดิษฐ์พระพุทธรูปขึ้นมา จำเป็นต้องสร้างลักษณะแห่งพุทธปฏิมาขึ้นตามหลักการ ลักษณะแห่งรูปปฏิมากรรม ให้สมควรแก่สภาวะของรูปนั้น ๆ โดยเฉพาะ  ดังนั้นพระพุทธรูปจึงต้องมีลักษณะหลายอย่างที่แตกต่างออกไปจากลักษณะของมนุษย์สามัญ  และต้องมีลักษณะของมหาบุรุษตามความเชื่อของผู้รู้ที่มีมาแต่ครั้งโบราณด้วย  แม้ว่าในระยะแรกจะไม่เคร่งครัดในลักษณะของมหาบุรุษนักก็ตาม ต่อมาเมื่อมีผู้เรียบเรียง ตำราลักษณะมหาบุรุษ ขึ้น การสร้างพระพุทธรูปจึงมีความเคร่งครัดตามตำรายิ่งขึ้น  จนทำให้มีลักษณะเฉพาะและผิดไปจากลักษณะของสามัญชนมาก

          ลักษณะพิเศษของพระพุทธรูปที่เด่นชัด คือ พระเกตุมาลา ในมหาปุริสลักขณะกล่าวว่า ศีรษะเป็นรูปอุณหิส คำว่า อุณหิส หมายถึง ส่วนที่เป็นกระหม่อมของศีรษะซึ่งนูนสูงตั้งขึ้นอย่างสง่างามดังผ้าโพกหรือมงกุฎ  การสร้างพระพุทธรูปจึงพยายามทำให้กระหม่อมนูนสูงแตกต่างออกไปจากพระสาวกและคนทั่วไป  พระศกของพระพุทธรูปรุ่นแรกที่สร้างขึ้นในแคว้นคันธาระมีลักษณะเป็นเส้นหยิกสวยแบบคดกริช ซึ่งคงจะเป็นไปตามลักษณะของเทวรูปในศาสนาเดิมของช่างผู้สร้างประกอบกับข้อมูลที่ได้รับการบอกเล่าเกี่ยวกับลักษณะผมของมหาบุรุษว่า “ผมแยกเส้นกัน สีเขียวเข้มเหมือนดอกอัญชันหรือโคนหางนกยูง ขมวดเวียนขวา” การตีความของลักษณะดังกล่าวนี้คงไม่ง่ายนัก  แต่ช่างรุ่นแรกก็ได้แสดงลักษณะพิเศษนี้ได้อย่างกล้าหาญมาก  ภายหลังพระพุทธรูปของอินเดียก็เริ่มมีลักษณะเป็นเม็ดขมวดอย่างก้นหอย ซึ่งคงเนื่องมาจากการตีความหมายของลักษณะดังกล่าวเช่นกัน โดยการเน้นตรงที่กล่าวว่า ผมแยกเส้นกัน และ ขมวดเวียนขวา  ที่เป็นลักษณะที่แตกต่างจากสาวก จึงนับว่าพระศกมีส่วนเสริมให้พระพุทธรูปเป็น เอกอุดมสมมุติรูป ไม่ใช่เป็นไปตามลักษณะของมนุษย์สามัญ ทั้งมิใช่รูปเหมือนพระองค์ของพระพุทธเจ้าอีกด้วย

   พัชนะ  บุญประดิษฐ์