ลักษณะภาษามลายูบรูไน

          ภาษามลายูบรูไนอยู่ในตระกูลภาษาออสโตรนีเชียนเช่นเดียวกันกับภาษามาเลเซียและภาษาอินโดนีเซีย แต่เนื่องจากคำศัพท์ภาษามลายูบรูไนได้รับอิทธิพลมาจากภาษาเกอดายัน (Kedayan) ซึ่งเป็นภาษาชนเผ่าพื้นเมืองของบรูไนจึงมีหลายคำที่แตกต่างจากภาษามาเลเซีย เช่น คำว่า kita [กีตา] ในภาษามาเลเซียแปลว่า เรา แต่ในภาษามลายูบรูไนแปลว่า คุณ ใช้เรียกคนที่อาวุโสกว่า

          ภาษามลายูบรูไนไม่มีระบบเสียงวรรณยุกต์เช่นเดียวกับภาษามาเลเซียและภาษาอินโดนีเซีย สระในภาษามลายูบรูไนมี 3 เสียงเท่านั้น คือ a [อา] i [อี] และ u [อู] ดังนั้นจะไม่มีการออกเสียง e [เอ] และ o [โอ] คำจากภาษามาเลเซียที่สะกดด้วยตัว o [โอ] จะออกเสียงเป็น u [อู] เช่นคำว่า orang [โอรัง] ซึ่งในภาษามาเลเซีย แปลว่า คน ในภาษามลายูบรูไนจะสะกดเป็น urang [อูรัง] ซึ่งแปลว่าคนเช่นกัน ส่วนคำที่ในภาษามาเลเซียสะกดด้วยสระ e [ออกเสียงเป็น เอ หรือ เออ] ในภาษามลายูบรูไนจะกลายเป็น a [อา] หรือ i [อี] เช่น คำว่า benar [เบอนัร] ที่แปลว่าถูกต้อง” ในภาษามลายูบรูไนจะเป็น banar [บานัร] และคำว่า boleh [โบเละฮ์] ที่แปลว่า “ทำได้” ในภาษามลายูบรูไนจะเป็น bulih [บูลิฮ์] ส่วนโครงสร้างของประโยคเป็นแบบ ประธาน + กริยา + กรรม เช่น Aku minum kupi [อากู มีนุม กูปี] แปลว่า “ฉันดื่มกาแฟ”

          เมื่อต้องการบอกให้รู้ว่ากริยานั้น ๆ เกิดขึ้นเมื่อใด จะมีการเติมคำบอกเวลาในประโยค เช่น คำว่า Kalamarin [กาลามาริน] แปลว่าเมื่อวาน” เช่น Kalamarin kitani pigi ka skulah [กาลามาริน กีตานี ปีกี กา ซกูละฮ์] แปลว่า “เมื่อวานเราไปโรงเรียน” คำว่า pigi [ปีกี] ซึ่งแปลว่าไปนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูป ส่วนคำขยายและคำชี้เฉพาะจะอยู่หลังคำนาม เช่น rumah basar [รูมะฮ์ บาซัร] แปลว่า “บ้านใหญ่” คำว่า rumah [รูมะฮ์] แปลว่า “บ้าน” และคำว่า basar [บาซัร] แปลว่า “ใหญ่”

ส่าหรี สุฮาร์โย เขียน
ชลธิชา สุดมุข สรุป