ลักษณะภาษาไทย

          ลักษณะของภาษาต่าง ๆ ที่ใช้ในประเทศอาเซียนมีบางอย่างที่เหมือนกันและมีบางอย่างที่แตกต่างกัน น่าสนใจที่จะเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง ภาษาแรกที่เราควรจะทำความรู้จักก็คือภาษาไทย ภาษาที่เราพูดกันอยู่ทุกวัน ดร. นิตยา  กาญจนะวรรณ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับภาษาไทยไว้ว่า ภาษาไทยอยู่ในตระกูล ไต-กะได (Tai–Kadai) แต่นักภาษาศาสตร์บางกลุ่มก็จัดให้อยู่ในตระกูล ไท-ไต (Thai-Tai) ภาษาไทยมีระบบเสียงวรรณยุกต์ ซึ่งหมายความว่าเสียงสูงต่ำที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ความหมายเปลี่ยนไปด้วย เช่น มา ม้า หมา คำภาษาไทยมีลักษณะเป็นคำโดด คือไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปคำ โครงสร้างโดยทั่วไปของประโยคเป็นแบบ ประธาน + กริยา + กรรม เช่น “แม่ซักผ้า”

          เมื่อต้องการบอกจำนวน ภาษาไทยจะใช้คำบอกจำนวนกับคำลักษณนามมาประกอบกับคำนาม เช่น นักเรียน ๒ คน หมา ๓ ตัว บ้าน ๔ หลัง คนเป็นลักษณนามของ “นักเรียน” ตัวเป็นลักษณนามของ “หมา” และหลังเป็นลักษณนามของ “บ้าน” เมื่อต้องการบอกเวลา ภาษาไทยจะใช้สถานการณ์หรือคำบอกเวลาบอกให้รู้ว่ากริยานั้น ๆ เกิดขึ้นเมื่อใด เช่น “เมื่อวานฉันกินข้าวผัด”วันนี้ฉันกินข้าวต้ม”พรุ่งนี้ฉันจะกินก๋วยเตี๋ยว” ขอให้สังเกตว่าคำกริยา “กิน” ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูป คำที่บอกเวลาคือ “เมื่อวาน”วันนี้” และ “พรุ่งนี้” ส่วน “จะ” เป็นคำช่วยกริยา บอกให้รู้ว่าเป็น “ความตั้งใจที่จะทำกิริยานั้น ๆ” เมื่อต้องการใส่คำขยายและคำชี้เฉพาะ จะใส่ไว้หลังคำนาม เช่น บ้านใหญ่ แมวดำ บ้านนี้ บ้านนั้น บ้านนู้น บ้านโน้น หากสร้างประโยคคำถาม จะใช้คำแสดงคำถามต่อท้ายประโยค เช่น “เขาจะมาหรือเขาจะมาไหมฺเขาคือใคร” “คุณกินอะไร” “คุณมานี่ทำไม” “บ้านคุณอยู่ที่ไหน” “คุณมาเมื่อไร” “คุณมีเงินเท่าไร” “เขามาอย่างไร หากต้องการถามจำนวนใช้คำว่า “กี่” นำหน้าคำที่ต้องการรู้จำนวน เช่น “คุณมีเงินกี่บาท

          ลักษณะของภาษาไทยที่เป็นคำโดดและไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปคำนี้เหมือนกับภาษาพม่า ภาษาเขมร ภาษาลาว ภาษาเวียดนาม และภาษาจีนกลางในสาธารณรัฐสิงคโปร์ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป

ชลธิชา สุดมุข