ลำตัด ลำตัด เป็นการละเล่นที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน แต่เด็ก ๆ บางคนในปัจจุบันอาจจะไม่เคยได้ยินได้เห็นก็เป็นได้ สารานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน เล่มที่ ๒๕ ได้อธิบายถึงการละเล่นลำตัดว่า ลำตัด เป็นการละเล่นที่มีผู้แสดงเป็นชายและหญิงว่าเพลงร้องแก้กัน มีลูกคู่และรำมะนาประกอบ การเล่นลำตัดดัดแปลงมาจากการแสดงดิเกหรือจิเกของชาวมลายู ซึ่งเป็นการขับร้องเพลงสวดบูชาพระอัลเลาะห์ประกอบจังหวะรำมะนาของชาวมุสลิม ลำตัดเกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันนิยมเล่นกันมากทางภาคกลางแถบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี อ่างทอง นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ที่มาของคำว่า ลำตัด มีผู้สันนิษฐานเป็น ๒ ทาง ทางหนึ่งสันนิษฐานว่า มาจาก “ลำ” แปลว่า กลอนเพลง และ “ตัด” แปลว่า เชือดเฉือน ลำตัดจึงแปลว่า การเชือดเฉือนกันด้วยกลอนเพลง อีกทางหนึ่งสันนิษฐานว่า “ลำ” คือ เนื้อร้องที่มีใจความต่าง ๆ กัน “ตัด” หมายถึง ตัดเข้าทำนองเพลงต่าง ๆ หรือตัดตอนการแสดงอื่น ๆ เช่น โขน ละคร หนัง งิ้ว สวดคฤหัสถ์ เพลงพื้นเมืองต่าง ๆ แล้วนำมาเลียนแบบเป็นบางส่วน การแสดงลำตัดเดิมใช้ผู้ร้อง ๒ คน เป็นชาย ๑ คน หญิง ๑ คน ปัจจุบันมีผู้ร้องฝ่ายชายและหญิงจำนวนพอ ๆ กัน เรียกว่า พ่อเพลง และ แม่เพลง ฝ่ายละประมาณ ๓-๔ คน ในการแสดงพ่อเพลงและแม่เพลงจะว่ากลอนสลับกัน มีบทเกี้ยวพา ต่อว่า เสียดสี แทรกด้วยลูกขัด ลูกหยอด และบางครั้งสำนวนกลอนอาจมีความหมายสองแง่ ภาษาลำตัดเรียกว่า “สองง่ามสองกลอน” เนื้อร้องของลำตัดจะปรับให้เข้ากับโอกาสและลักษณะของงานที่แสดง อุปกรณ์ประกอบการเล่นลำตัด ใช้รำมะนา ๔-๕ ใบ ฉิ่ง และอาจมีกรับประกอบด้วย ส่วนการแต่งกายของผู้แสดง ฝ่ายชายนุ่งโจงกระเบนสีสด ใส่เสื้อคอกลมแขนสั้น กระดุม ๓ เม็ด หรือเสื้อคอพวงมาลัยแขนสั้น เป็นผ้ามีลวดลาย หรือถ้าเป็นเสื้อพื้นก็จะเป็นผ้าเนื้อมัน มีผ้าขาวม้าคาดเอว ส่วนฝ่ายหญิงนุ่งโจงกระเบนสีสด นิยมสวมเสื้อคอกลมหรือคอปาดแขนสั้นหรือแขนกุด มักเป็นผ้าเนื้อมัน ใส่เครื่องประดับเต็มที่ ทุกวันนี้การแสดงลำตัดหาดูได้ยากเต็มที เราคนไทยควรร่วมกันอนุรักษ์การละเล่นนี้ไว้ให้ลูกหลานได้ดูสืบไป. อิสริยา เลาหตีรานนท์ |

