ลุมพินี

          เมื่อกล่าวถึงลุมพินี  คนส่วนใหญ่มักนึกถึงภาพสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ร่มรื่น มีประชาชนเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่างๆ  ทราบไหมว่าในประเทศเนปาลก็มีลุมพินีซึ่งเป็นสังเวชนียสถานแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากในทางพระพุทธศาสนา  สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่ม ๒๕ อธิบายไว้ว่า

          ลุมพินีเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่ระหว่างนครกบิลพัสดุ์กับนครเทวทหะ  โดยพระนางมหามายาซึ่งทรงครรภ์ครบกำหนดเสด็จจากนครกบิลพัสดุ์เพื่อไปมีพระประสูติกาล ณ นครเทวทหะ ขณะเสด็จถึงสวนลุมพินีพระนางได้ประสูติเจ้าชายสิทธัตถะใต้ต้นสาละใหญ่ต้นหนึ่ง  ต่อมาเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกทรงผนวชและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ทรงแสดงเทวทหสูตรซึ่งเป็นสูตรที่ว่าด้วยกฎแห่งกรรมของศาสนาเชนเปรียบเทียบกับของพระพุทธศาสนา และในวันเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระอานนท์ได้กราบทูลพระพุทธเจ้าความว่า แต่ก่อน พระภิกษุทั้งหลายที่จำพรรษา ณ ที่ต่าง ๆ ได้มาเฝ้าพระพุทธองค์ ท่านจึงมีโอกาสได้พบปะสนทนาธรรมกับพระภิกษุเหล่านั้น  แต่นับตั้งแต่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ท่านก็จะไม่มีโอกาสเช่นนั้นอีกแล้ว  คำกราบทูลนี้ทำให้พระพุทธองค์ตรัสเรื่องสังเวชนียสถานว่า คือ สถานที่ที่ผู้มีศรัทธาควรเห็น ๔ แห่ง ได้แก่ สถานที่ประสูติ สถานที่ตรัสรู้ สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา และสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน

          ต่อมาในรัชสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชพระองค์ได้เสด็จไปนมัสการสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า และรับสั่งให้สร้างพระเจดีย์องค์หนึ่งและเสาศิลาจารึกหรือเสาอโศก จารึกข้อความว่า พระเจ้าอโศกมหาราชได้เสด็จมานมัสการลุมพินีด้วยพระองค์เองหลังจากทรงครองราชย์แล้ว ๒๐ ปี ทั้งนี้เพื่อแสดงว่าที่ตรงนี้เป็นที่ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประสูติ

          ในปัจจุบัน สภาพของลุมพินีประกอบด้วย ๑. เสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชหรือเสาอโศก ๒. มายาเทวีวิหาร ที่มีภาพแกะสลักเรื่องราวของพระนางมหามายาในวันประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ ๓. ซากวิหารและพระเจดีย์ที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างไว้ ๔. สระสนานพระวรกายที่เชื่อว่าเป็นสระที่พระนางมหามายาทรงสรงสนานพระวรกาย ๕. หลักเขตแดน ที่เชื่อกันว่าพระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงเขตแดนระหว่างกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ.

        กนกวรรณ  ทองตะโก