วยาคติ

ในทางพระพุทธศาสนา อคติ ๔ ประกอบด้วย ฉันทาคติ โทสาคติ ภยาคติ และโมหาคติ ประกอบกับโดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงคำว่า อคติ เราก็มักจะนึกถึง ความไม่ยุติธรรม ความไม่เท่าเทียม ความไม่เท่ากัน ความลำเอียงที่เกิดขึ้นจากเหตุต่าง ๆ  ส่วนคำอธิบายที่พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้อธิบายไว้ว่า อคติ หมายถึง ความลำเอียง มี ๔ อย่าง คือ ฉันทาคติ  คือความลําเอียงเพราะรัก โทสาคติ คือความลําเอียงเพราะโกรธ  ภยาคติ คือความลําเอียงเพราะกลัว  โมหาคติ คือความลําเอียงเพราะเขลา

เมื่อคณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์ประชากรศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน ได้พิจารณาถึงคำ  ageism ที่ประชุมได้บัญญัติศัพท์นี้เป็นภาษาไทยว่า วยาคติ ซึ่งมาจากคำว่า วัย กับคำว่า อคติ  คณะกรรมการดังกล่าวอธิบายว่า วยาคติ (ageism) หมายถึง อคติ และการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลด้วยเหตุแห่งอายุหรือวัย  อคติเช่นนี้อาจเกิดขึ้นจากความเชื่อ ทัศนคติ  ค่านิยม หรือบรรทัดฐานในทางลบที่คนมีต่อคนบางกลุ่มอายุ ซึ่งนำไปสู่ความลำเอียงและการเลือกปฏิบัติ เช่น การไม่รับฟังความเห็นของวัยรุ่น เพราะเห็นว่าเด็กเกินไป หรือการไม่ยอมรับพฤติกรรมบางอย่างของผู้สูงวัย เพราะมีทัศนคติว่าผู้สูงอายุไม่ควรทำอย่างนั้น

โดยทั่วไป คำว่า วยาคติ ใช้หมายถึง อคติ หรือทัศนคติเชิงลบ หรือการเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุ เช่น การมองว่า ผู้สูงอายุเป็นภาระของครอบครัวและสังคม ผู้สูงอายุเป็นผู้ต้องพึ่งพิงคนวัยแรงงานหรือผู้สูงอายุมีภาพลักษณ์ของความทรุดโทรมของสังขารจนไม่สามารถเป็นผู้มีผลผลิตอีกต่อไป  ในปัจจุบันสังคมไทยได้กลายเป็นสังคมสูงอายุ และกำลังมีอายุเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงจำเป็นต้องลดวยาคติต่อผู้สูงอายุให้เหลืออยู่น้อยที่สุด.

จินดารัตน์  โพธิ์นอก