วันสารทจีน

          ทราบไหมว่า ที่เราเรียกกันว่าวันสารทจีนนั้น อันที่จริงมีที่มาจากพระพุทธศาสนา มิใช่วันเทศกาลดั้งเดิมของจีน  ดังที่พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ ๓ อธิบายไว้ว่า

          วันสารทจีน (the Chinese festival of the Ancestors) กำหนดในวัน ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ตามวันจันทรคติของจีน ชาวแต้จิ๋วมักเรียกวันนี้ว่า ชิกงวดปั่ว วันสารทเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หยู หลัน เผิน ฮุ่ย ซึ่งเป็นคำแปลทับศัพท์จากภาษาสันสกฤตว่า “อุลฺลมฺพน” หมายถึง แขวน ห้อย หรือการช่วยเหลือชีวิตที่ตกอยู่ในความทุกข์ อุลลัมพนสูตรกล่าวไว้ว่า มารดาของพระมหาโมคคัลลานะ ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เมื่อสิ้นอายุขัย จึงตกไปอยู่ในนรกคติหรือเปรตคติ พระโมคคัลลานะได้ใช้ตาทิพย์มองเห็นมารดาอยู่ในอาการหิวโหยตลอดวันคืน จึงใช้พลังอภินิหารส่งข้าวในบาตรไปให้ แต่ข้าวที่ปรากฏอยู่ต่อหน้ามารดากลับกลายเป็นเปลวเพลิง ไม่สามารถรับประทานได้ เพื่อช่วยเหลือมารดา พระมหาโมคคัลลานะจึงไปขอคำปรึกษาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงชี้ทางให้พระมหาโมคคัลลานะว่า วัน ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ เป็นวันออกพรรษา จงนำอาหารร้อยรสบรรจุไว้ในกระถางไปถวายแด่พระรัตนตรัยจะได้บุญญานุภาพที่ยิ่งใหญ่สามารถช่วยให้บิดามารดาทั้ง ๗ ชาติหลุดพ้นจากความทุกข์ได้

          เมื่อเรื่องพระมหาโมคคัลลานะโปรดมารดาเผยแพร่สู่ประเทศจีนจึงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี  ด้วยเป็นการแสดงความกตัญญูซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมจีน  โดยมีการจัดงานสารทเป็นครั้งแรกในสมัยพระเจ้าเหลียง อู่ ตี้ (พ.ศ. ๑๐๔๕-๑๐๙๒) ดังที่จดหมายเหตุพุทธศาสนา เล่ม ๓๗ ได้บันทึกไว้ว่า ศักราชต้าโถง ปีที่ ๔ (พ.ศ. ๑๐๘๑) พระเจ้าเหลียง อู่ ตี้ เสด็จไปวัดโถงไท่ทรงจัดงานสารท  และเนื่องจากพระองค์จะเสด็จเพื่อไปถวายกระถาง (ที่บรรจุอาหารต่าง ๆ) ให้วัดวาอาราม ณ วัน ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ เป็นประจำจนกลายเป็นประเพณี   ซึ่งต่อมาพระจักรพรรดิ ขุนนาง และประชาชนจึงปฏิบัติตามเพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณบิดามารดาและบรรพบุรุษ.

        กนกวรรณ  ทองตะโก