ว่าด้วยเรื่องโค-วัว

          พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้นิยามของคำ วัว  ว่า ชื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิด Bos taurus ในวงศ์ Bovidae เป็นสัตว์กีบคู่ ลำตัวมีสีต่าง ๆ เช่น นํ้าตาล นวล เขาโค้ง สั้น มีเหนียงห้อยอยู่ใต้คอถึงอก ขนปลายหางเป็นพู่ ภาษาปากบางครั้งเรียก งัว  ส่วนคำ ฉลู  คือ ชื่อปีที่ ๒ ของรอบปีนักษัตร มีวัวเป็นเครื่องหมาย กระทิง เป็นชื่อวัวป่าที่ใหญ่ที่สุดชนิด Bos gaurus  ในวงศ์ Bovidae ขนลำตัวสีเทาหรือเทาอมดำ ยกเว้นขนบริเวณหน้าผากเป็นสีเทา ครึ่งล่างของขาทั้ง ๔ เป็นขนสีเทาอมเหลือง เนื่องจากเหงื่อที่เป็นน้ำมันที่ขับออกมา

          กูปรี ก็เป็นชื่อวัวป่าขนาดใหญ่ชนิด Bos sauveli  ในวงศ์ Bovidae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับกระทิงและวัวแดง ตัวสีดํา ตัวผู้มีเขาขนาดใหญ่ ส่วนปลายบิดชี้ขึ้นข้างบน ปลายแตกเป็นเส้น ๆ มองเห็นเป็นพู่ ส่วนตัวเมียเขาเล็กกว่า ปลายไม่แตกเป็นพู่ มีถิ่นอาศัยอยู่บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ และตามชายแดนไทย–กัมพูชา หากินในทุ่งหญ้าโดยรวมฝูงอยู่กับกระทิงและวัวแดง เป็นสัตว์ป่าสงวนของไทยที่ใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว โคไพร ก็เรียก

          คำว่า โค มักใช้เรียกวัวเป็นทางการ เช่น สั่งซื้อแม่โคพันธุ์ใหม่จากต่างประเทศ นอกจากนี้ โค ตามพจนานุกรมฯ ยังหมายถึง พระอาทิตย์ เช่น โคจร = ทางเดินของพระอาทิตย์ โควิถี = ทางสำหรับโคจรของพระอาทิตย์  โควิถี  พจนานุกรมฯ นิยามว่า  ชื่อทางสําหรับโคจรของพระอาทิตย์

          ขนมโค เป็นชื่อขนมชนิดหนึ่งคล้ายขนมต้มขาว มีไส้อย่างหน้ากระฉีก ราดหัวกะทิขลุกขลิก ฟังแล้วน่ารับประทานมาก แต่ผู้เขียนไม่เคยเห็นเลย ทราบเพียงแต่ขนมโคของคนใต้ คือ ขนมต้มขาวของคนภาคกลางนั่นเองค่ะ

รัตติกาล  ศรีอำไพ