ว่าด้วย  รัฐ และ รัฐ-

          ช่วงเวลานี้คงไม่มีคำใดที่จะอยู่ในความสนใจของชาวไทยมากไปกว่าบรรดาคำที่เป็น  รัฐ- [รัด-ถะ-] ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น รัฐบาล  รัฐสภา  รัฐประหาร  รัฐธรรมนูญ  รัฐมนตรี  รัฐบุรุษ เป็นต้น  คำเหล่านี้เกี่ยวเนื่องกับคำว่า รัฐ [รัด] ที่มาจากภาษาบาลี ว่า รฏฺ  และภาษาสันสกฤต ว่า ราษฺฏร   เป็นคำนาม หมายความว่า แคว้น เช่น รัฐปะหัง บ้านเมือง เช่น กฎหมายสูงสุดของรัฐ  และประเทศ เช่น รัฐคูเวต  

          เราจะไม่มาดูว่า รัฐ- เกี่ยวข้องหรือมีบทบาทอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน  แต่เราจะมาดูกันว่าคำเหล่านี้มีความหมายโดยทั่วไปว่าอย่างไร เพราะบางคนอาจจะพอเข้าใจแต่ไม่แจ่มชัดนัก โดยเฉพาะเยาวชน  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายของแต่ละคำไว้  อย่างคำ รัฐบาล หมายถึง องค์กรปกครองประเทศ คณะบุคคลที่ใช้อำนาจบริหารในการปกครองประเทศ.  รัฐสภา เป็นองค์กรนิติบัญญัติ ทำหน้าที่บัญญัติกฎหมาย ประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร.  รัฐมนตรี คือผู้เป็นสมาชิกของคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐบาล รับผิดชอบร่วมกับคณะรัฐมนตรีในนโยบายทั่วไปของรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหรือทบวง ก็เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในกระทรวงหรือทบวงที่ตนว่าการและรับผิดชอบในการบริหารราชการกระทรวงหรือทบวงนั้นด้วยอีกฐานะหนึ่ง.   ส่วน รัฐธรรมนูญ เป็นบทกฎหมายสูงสุดที่จัดระเบียบการปกครองประเทศ โดยกำหนดรูปแบบของรัฐว่าเป็นรัฐเดียวหรือรัฐรวม ระบอบการปกครองของรัฐ รวมทั้งสถาบันและองค์กร การใช้อำนาจอธิปไตยในการปกครองรัฐ เช่นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คำนี้ตรงกับภาษาอังกฤษว่า constitution  คำว่า รัฐประหาร หมายถึงการใช้กำลังเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลโดยฉับพลัน หรือในทางกฎหมาย เป็นการใช้กำลังยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงรัฐบาล  และขอปิดท้ายด้วยคำว่า รัฐบุรุษ ที่นิยามไว้ว่า ผู้ที่ได้รับยกย่องอย่างสูงว่ามีความรู้ความสามารถในการบริหารบ้านเมือง

     ทิพาภรณ์  ธารีเกษ