ศรัทธาในพุทธ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้นิยามภาพรวมของคำ ศรัทธา [สัดทา] ทั้งในคำนามและกิริยา ที่เป็นคำนาม หมายถึง ความเชื่อ ความเลื่อมใส เช่น สิ้นศรัทธา ฉันมีศรัทธาในความดีของเขา บางทีก็ใช้เข้าคู่กับคำ ประสาทะ เป็น ศรัทธาประสาทะ ส่วนที่เป็นคำกิริยา หมายถึง เชื่อ เลื่อมใส เช่น เขาศรัทธาในการรักษาแบบแพทย์แผนโบราณ ส่วนพจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน นิยามคำ สัทธา ศรัทธา ในทางพระพุทธศาสนา ว่า ความเชื่อ หรือความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผล แบ่งออกเป็น ๔ อย่าง คือ ๑. กัมมสัทธา เชื่อกฎแห่งกรรม เชื่อว่ากรรมมีอยู่จริง คือเชื่อว่ากรรมดีกรรมชั่วเป็นเหตุปัจจัยที่จะก่อให้เกิดผลดีผลร้ายสืบเนื่องต่อไป ๒. วิปากสัทธา เชื่อผลของกรรม เชื่อว่าผลของกรรมมีจริง คือเชื่อว่ากรรมที่ทำแล้วจะต้องมีผลติดตามมา ๓. กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อความที่สัตว์มีกรรมเป็นของของตน คือเชื่อว่าแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบเสวยผลของกรรมนั้น ๔. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มั่นใจในองค์พระตถาคตว่าทรงเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ คือทรงเป็นผู้ตรัสรู้สัจธรรมด้วยพระองค์เองโดยชอบ ในศรัทธา ๔ อย่างนี้ เฉพาะศรัทธาข้อที่ ๔ เท่านั้น ที่มีมาในพระไตรปิฎก ส่วนศรัทธา ๓ ข้อข้างต้นก็รวมลงในข้อ ๔ ได้ทั้งหมด ความหมายของ “ศรัทธา” ในสารานุกรมพระพุทธศาสนา ประมวลจากพระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส มี ๒ อย่าง คือ กัมมัสสกตาสัทธา กับ ตถาคตโพธิสัทธา กัมมัสสกตาสัทธา จำแนกเป็น กัมมสัทธา กับ วิปากสัทธา ในเรื่อง “กัมมสัทธา” สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ยังทรงแบ่งศรัทธาเป็น ๒ คือ เชื่อเหตุผล ๑ เชื่อศาสนา ๑ กัมมัสสกตาสัทธา เป็นการเชื่อเหตุผล ส่วนตถาคตโพธิสัทธา เป็นการเชื่อทางศาสนา. รัตติกาล ศรีอำไพ |

