ศัพท์ศิลาจารึก เรื่องสำคัญเกี่ยวกับประวัติตัวอักษรไทยซึ่งเป็นเรื่องควรรู้ก็คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ลายสือไทยหรืออักษรไทยขี้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๖ ดังปรากฏในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หลักที่ ๑ นับจาก พ.ศ. ๑๘๒๖ ถึงปีนี้ ก็เป็นเวลา ๗๓๐ ปี พอดี อาจจะมีผู้ที่สนใจและต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศิลาจารึกหลักดังกล่าว จึงขอถือโอกาสนี้แนะนำ พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย สมัยสุโขทัย ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หลักที่ ๑ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ ๓ (แก้ไขเพิ่มเติม) เนื้อหาหลักของพจนานุกรมเล่มนี้ คือ การเทียบคำจารึกและคำอ่านทั้ง ๔ ด้านของศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชหลักที่ ๑ โดยเทียบบรรทัดต่อบรรทัด ผู้อ่านจะได้ทราบวิธีสะกดคำในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเทียบกับวิธีสะกดคำในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีส่วนสำคัญคือคำอธิบายศัพท์และภาคผนวกท้ายเล่ม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้สนใจศึกษาค้นคว้าด้านภาษาและวรรณคดีไทย ศัพท์ที่น่าสนใจประเภทหนึ่งในศิลาจารึกได้แก่ชื่อภูมิศาสตร์ เช่น ชื่อเมือง ชื่อแม่น้ำ ชื่อสถานที่ ชื่อเหล่านี้บางชื่อในปัจจุบันอาจจะเพี้ยนไปจากเดิมบ้าง หรือเปลี่ยนไปเลยก็มี ขอยกตัวอย่างคำว่า แพรก ที่ปรากฏในศิลาจารึกด้านที่ ๔ บรรทัดที่ ๑๐ พจนานุกรมฯ ให้ข้อมูลว่า แพรก เป็นชื่อเมือง ปัจจุบันคืออำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท สันนิษฐานว่า เจ้าผู้ครองเวียงพางคำในแว่นแคว้นโยนกเชียงแสนซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพระราชชนนีสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (อู่ทอง) เป็นผู้สร้างเมืองสรรคบุรีขึ้น เรียกว่า เมืองตรัยตรึงส์ สมัยเดียวกับสร้างเมืองอู่ทอง ในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เรียกเมืองนี้ว่า เมืองแพรก ต่อมาในสมัยอยุธยา รัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ (ขุนหลวงพะงั่ว) ได้เปลี่ยนนามเมืองแพรกเป็นเมืองสรรค์ เมืองสรรค์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำใหญ่ซึ่งปัจจุบันได้แก่ คลองแพรกศรีราชา มีโบราณสถานหลายแห่ง เช่น คูเมือง เทินดิน พระปรางค์วัดมหาธาตุ ในอักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมืองสรรค์ถูกยุบลงเป็นอำเภอเมื่อมีการจัดการปกครองหัวเมือง พ.ศ. ๒๔๓๖ รวมทั้งให้เติมคำว่า บุรี ต่อท้ายชื่อเดิมเป็น อ. สรรคบุรีแสงจันทร์ แสนสุภา |

