ศัพท์เกี่ยวกับความเชื่อ (๒)ศัพท์เกี่ยวกับความเชื่อที่เสด็จในกรมฯ หรือพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ นายกราชบัณฑิตยสถานพระองค์แรก ทรงบัญญัติและทรงอธิบายความหมายไว้ ยังมีอีกหลายศัพท์ที่ใช้กันจนแพร่หลาย ดังนี้ ความเชื่อของเราอาจเนื่องมาจากความรู้สึกกับความไตร่ตรองควบกันไป ถ้าหนักไปในทางความรู้สึกหน่อยก็ใช้คำว่า ความไว้วางใจ อังกฤษใช้ว่า confidence ถ้าความรู้สึกและความไตร่ตรองก้ำกึ่งกันก็ควรใช้ว่า ความมั่นใจ อังกฤษใช้คำว่า assurance ถ้าความไตร่ตรองหนักกว่าความรู้สึกเชื่อ ก็ควรใช้คำว่า ตระหนักใจ อังกฤษใช้คำว่า persuasionถ้าเราเชื่อเพราะเรารู้สึกเห็นจริงตามและไตร่ตรองเห็นจริงตาม แต่นอกจากนั้นยังมีความรู้สึกแรงกล้าในดวงวิญญาณของเราว่าเป็นจริงเช่นนั้น คือรู้สึกตระหนักตามด้วยจิตใจอย่างแท้จริง ไทยใช้ว่า เลื่อมใสศรัทธา อังกฤษใช้ว่า faith ถ้าเราเชื่อเพราะเราอาศัยความไตร่ตรองด้วยเหตุผล ไทยควรใช้ว่า เชื่อตระหนัก อังกฤษใช้ว่า conviction อันที่จริงตรงกับคำ ศรัทธา ในภาษาบาลี แต่คำว่า ศรัทธา ในภาษาไทย แม้ใช้ลอย ๆ ก็มีความหมายไปในทางเลื่อมใส ศรัทธาคือความเชื่อมั่นด้วยจิตใจ ไม่ใช่แต่เฉพาะจิตซึ่งไตร่ตรองด้วยเหตุผลเท่านั้น ความเชื่อถือด้วยจิตใจหรือศรัทธา เมื่อไม่เป็นแต่เพียงรู้สึกในใจ แต่ตั้งสัจวาจาออกมาด้วย ไทยใช้คำว่า สัจจาธิฐาน หรือ สัจอธิษฐาน อังกฤษใช้ว่า avowal หรือ confession ความเชื่อถือซึ่งตั้งเป็นระเบียบแบบแผน อันอาจเนื่องมาจากประเพณีนิยมหรือศาสนา อังกฤษใช้ว่า creed ไทยควรใช้ว่า ลัทธินิยม เพราะคำว่า ลัทธิ เอาไปใช้สำหรับ doctrine เสียแล้ว ความเชื่อถือตามคำสั่งสอนของผู้ตั้งศาสนาหรือผู้ตั้งทฤษฎี อังกฤษใช้ว่า doctrine มีความหมายในไทยว่า “อนุศาสนี” มีความหมายตรงกันแต่เป็นคำออกจะยาวสักหน่อย และเราใช้ว่า ลัทธิ ในความหมายเช่นนี้กันแล้ว จึงควรใช้คำว่า ลัทธิ ต่อไปความเชื่อถือซึ่งผู้ตั้งศาสนาหรือผู้ตั้งทฤษฎีได้ตั้งขึ้น แต่อาจแสดงให้ตระหนักด้วยเหตุผล ไม่ได้เป็นการบัญญัติขึ้นแล้ว ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาก็เชื่อตามโดยยึดมั่นว่าเป็นความจริงแท้ อังกฤษใช้ว่า dogma ไทยควรใช้ว่า สิทธันต์ หรือ สิทธานต์ ซึ่งมีคำอยู่ในปทานุกรมแล้ว แสงจันทร์ แสนสุภา |

