| ศัพท์เสด็จในกรมฯ (๒)
นอกจากขั้นตอนในการบัญญัติศัพท์ ๓ ขั้นตอน ที่เสด็จในกรมฯ ทรงใช้แล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่พระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญมาก คือ เรื่องของอัจฉริยลักษณ์ของภาษา (genius of the language) ศัพท์ที่เสด็จในกรมฯ บัญญัติขึ้น บางคำก็ติด ตั้งแต่ทรงบัญญัติใช้ครั้งแรก บางคำต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับอัจฉริยลักษณ์ของภาษาจึงจะติด และบางคำท่านก็ทรงยอมให้เป็นคำเพี้ยนที่ใช้ได้ ศัพท์บัญญัติเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ๓ คำ ที่ใช้มาแต่แรกบัญญัติ คือ ระเบียบ-order ระบบ-system ระบอบ-regime ศัพท์ที่ปรับเปลี่ยนเสียงและจังหวะของคำให้เข้ากับอัจฉริยลักษณ์ของภาษา ก็คือศัพท์บัญญัติของคำว่า culture ซึ่งในชั้นแรกเสด็จในกรมฯ ทรงบัญญัติโดยใช้รูปสันสกฤตว่า พฤทธิธรรม แต่ไม่มีใครใช้ตาม เพราะเสียงไม่เข้าจังหวะภาษาไทย เมื่อทรงเปลี่ยนไปใช้ว่า วัฒนธรรม ก็เป็นคำที่ติดมาจนถึงปัจจุบัน ศัพท์บัญญัติอีกคำหนึ่งที่เสด็จในกรมฯ ทรงให้ความเห็นว่าแม้คำผิด ๆ ก็ต้องปล่อยไป ในเมื่อหมุนเวียนแพร่หลายแล้ว ก็คือศัพท์บัญญัติของคำว่า automatic พระองค์ทรงบัญญัติศัพท์นี้ว่า อัตโนวัติ แปลว่า เป็นไปเอง ซึ่งตรงกับความหมายของ automatic แต่ปรากฏว่าคนทั่วไปนิยมใช้ศัพท์ อัตโนมัติ มากกว่า เพราะเสียงคล้าย ๆ กับ automatic ทั้ง ๆ ที่คำนี้แปลว่า ความเห็นของตนเอง ซึ่งมีความหมายเพี้ยนไป ศัพท์เสด็จในกรมฯ ที่มีผู้รวบรวมไว้มากกว่า ๕๐๐ คำ ประกอบด้วย ศัพท์สาขาวิชาต่าง ๆ เช่น ศัพท์การเมืองและการทูต ศัพท์วิทยาศาสตร์ ศัพท์ศิลปกรรม ศัพท์วรรณกรรม ศัพท์เศรษฐศาสตร์ ศัพท์ทั่วไป ตัวอย่างเช่น union-สหภาพ empire-จักวรรดิ anatomy-กายวิภาคศาสตร์ physiology-สรีรวิทยา industry-อุตสาหกรรม figure of speech-ภาพพจน์ demand-อุปสงค์ supply-อุปทาน แสงจันทร์ แสนสุภา |

