ศีล (๒)
ศีล เป็นรูปคำที่มาจากภาษาสันสกฤต ภาษาบาลีใช้ว่า สีล (อ่านว่า สี-ละ) แปลว่า ลักษณะหรือพฤติกรรมที่เป็นปรกติ. พระพุทธเจ้าทรงใช้คำว่า ศีล เป็นหลักสำหรับการปฏิบัติตนของพระภิกษุสามเณรให้เป็นปรกติ เป็นผู้รักษากายวาจาสงบเสงี่ยม ไม่ประพฤติผิดปรกติ และไม่เบียดเบียนล่วงเกินผู้อื่น
ศีลในพระพุทธศาสนาเป็นข้อกำหนดให้บุคคลถือต่างกันตามสถานะของบุคคลแต่ละประเภท. ศีลมีหลายระดับ มีข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดขึ้นตามลำดับ ได้แก่ จุลศีล (อ่านว่า จุน-ละ -สีน) หรือ ศีล ๕ เป็นระดับศีลของผู้ครองเรือน. มัชฌิมศีล (อ่านว่า มัด-ชิม-มะ -สีน) ได้แก่ ศีล ๘ และศีล ๑๐ ศีล ๘ เป็นระดับศีลของอุบาสกอุบาสิกาที่ต้องการประพฤติธรรมกำจัดกิเลส ส่วนศีล ๑๐ เป็นระดับศีลของสามเณร. มหาศีล ได้แก่ ศีล ๒๒๗ และศีล ๓๑๑ ศีล ๒๒๗ เป็นระดับศีลของภิกษุ ส่วนศีล ๓๑๑ เป็นระดับศีลของภิกษุณี
ผู้ที่ถือศีลอย่างเคร่งครัดจะมีความประพฤติดี ไม่ทำความเดือดร้อนให้ผู้ใด ศีลจึงเป็นข้อกำหนดที่ทำให้โลกมีความสุข
ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

