ศีล ๕

          ในทางพระพุทธศาสนานั้น ศีล ๕ ถือเป็นหลักธรรมง่าย ๆ ที่ผู้ใหญ่มักสอนลูกหลานให้ถือปฏิบัติกันเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสงบสุข  ทราบไหมว่าศีล ๕ นั้นมีมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล  และผลของการรักษาศีล ๕ คืออะไร  พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้ในคำ pañcasīla (ปัญจสีล เบญจศีล) ว่า

          ศีล ๕ เป็นหลักธรรมประจำสังคมมนุษย์ มีมาก่อนพุทธกาล ในจักกวัตติสูตรกล่าวถึงเรื่องพระเจ้าจักรพรรดิตรัสสอนประชาชนไว้ว่า ท่านทั้งหลายต้องไม่ฆ่าสัตว์  ต้องไม่ถือเอาของที่เขามิได้ให้  ต้องไม่ประพฤติผิดในกาม  ต้องไม่พูดเท็จ และต้องไม่ดื่มน้ำเมา   ครั้นมีผู้ประพฤติผิดจากที่พระเจ้าจักรพรรดิสอน จึงมีการลงโทษด้วยวิธีจับแขนไพล่หลังแล้วเอาเชือกเหนียวมัดอย่างมั่นคง โกนผม และประโคมบัณเฑาะว์เสียงกร้าว แห่ประจานไปตามถนนและตรอกซอกซอย พาออกไปทางประตูด้านทิศใต้เมืองแล้วตัดศีรษะ

          ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงยอมรับเอาธรรมะ ๕ ข้อนี้มาสอนอย่างแพร่หลาย เรียกว่า ศีล บ้าง สิกขาบท บ้าง แต่ในทางปฏิบัติ หมายถึง เจตนางดเว้นจากการทำผิด ๕ ประการ คือ เจตนางดเว้นจากการฆ่าสัตว์  เจตนางดเว้นจากการถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้  เจตนางดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม  เจตนางดเว้นจากการพูดเท็จ  เจตนางดเว้นจากสุราเมรัยและของมึนเมาอันเป็นเหตุให้ประมาท ขาดสติ

          การรักษาศีล ๕ หรือสิกขาบท ๕ ทำได้ ๒ วิธี คือ ๑. สมาทานหรือขอรับจากภิกษุ เรียกว่า สมาทานวิรัติ ๒. สัมปัตตวิรัติหรืองดเว้นไม่ทำบาปขณะที่ประสบกับสถานการณ์ที่กระตุ้นให้ทำบาป ต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบให้เป็นการกล่าวคำขอและคำสมาทาน พร้อมทั้งคำสรุปกล่าวถึงอานิสงส์ของศีลไว้ด้วย

          ในอรรถกถาหลายแห่งกล่าวถึงผลของการรักษาศีลไว้ว่า การไม่ฆ่าสัตว์มีผลทำให้อายุยืน  การไม่ถือเอาของที่เขาไม่ให้มีผลทำให้มีความพร้อมด้านทรัพย์สมบัติ   การไม่ประพฤติผิดในกามมีผลทำให้ไม่มีศัตรู  การไม่พูดเท็จมีผลทำให้ได้รับความเชื่อถือ   การไม่ดื่มสุรามีผลทำให้เกิดมามีปัญญาดี.

   กนกวรรณ  ทองตะโก