สภากาชาด ๒ ในบทความตอนที่แล้ว เรื่อง “สภากาชาด ๑” ผู้เขียนได้เล่าประวัติความเป็นมาของ “สภากาชาด” ที่ถือกำเนิดมาจากแนวความคิดของอังรี ดูนังต์ (Henri Dunant) ซึ่งสภากาชาดเป็นองค์การกุศลที่ทำหน้าที่รักษาพยาบาลผู้ป่วยไข้และบาดเจ็บทั้งในยามสงครามและในยามสงบ ตลอดจนการบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ และในบทความนี้จะเล่าถึงประวัติความเป็นมาของสภากาชาดไทยที่น่าสนใจ ดังนี้ จากหนังสือสารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ ๒๗ ได้กล่าวถึงสภากาชาดไทยไว้พอสรุปได้ คือ สภากาชาดไทยตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ ซึ่งขณะนั้นได้เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เรื่องเขตแดนชายฝั่งแม่น้ำโขง และมีการสู้รบกัน ด้วยความห่วงใยทหารบาดเจ็บ ท่านผู้หญิงเปลี่ยนภาสกรวงศ์ ภริยาเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ ราชเลขานุการ มีความเห็นว่าน่าจะมีองค์การเพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของทหารทำนองเดียวกับสภากาชาดของต่างประเทศ จึงได้นำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ขอให้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดตั้งองค์การบรรเทาทุกข์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพอพระราชหฤทัยในความคิดนี้จึงได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งองค์กรดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๖ โดยใช้ชื่อว่า “สภาอุณาโลมแดง” และทรงรับไว้ในพระราชูปถัมภ์ ต่อมาสภาอุณาโลมแดงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สภากาชาดสยาม” และเปลี่ยนชื่อเป็น “สภากาชาดไทย” เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ ตามชื่อประเทศ ปัจจุบันสภากาชาดไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรงตำแหน่งพระบรมราชูปถัมภก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมมารี ทรงดำรงตำแหน่งอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย. อิสริยา เลาหตีรานนท์ |

