สมัยเบบีบูม

          ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Baby Boom  ก็เกิดสงสัยกับคำ ๆ นี้ว่ามีความหมายและความสำคัญอย่างไร จึงได้ศึกษาเกี่ยวกับคำว่า  “Baby Boom”  แล้วจึงนำมาเล่าสู่กันฟัง

          “สมัยเบบีบูม”  (Baby Boom) ในสารานุกรมประวัติศาสตร์สากล: อเมริกา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  ได้กล่าวไว้ว่า สมัยเบบีบูมเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ระหว่าง ค.ศ. ๑๙๔๖-๑๙๖๔  ทารกที่กำเนิดในช่วงนี้มีมากกว่า ๑๕ ล้านคน  เด็กเหล่านี้เติบโตในสมัยเศรษฐกิจและสังคมอเมริกันมีความมั่งคั่งอย่างล้นเหลือ ในสมัยเบบีบูมนี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อการเพิ่มประชากรแต่ยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมของสหรัฐอเมริกาด้วย  คำว่า “เบบีบูม” เกิดจากความคิดของนักหนังสือพิมพ์ ชื่อ ซิลเวีย เอฟ. พอร์เตอร์  ใน ค.ศ. ๑๙๕๐ เนื่องจากทารกที่เกิดในปีนี้มีถึง ๓๕๔๘๐๐๐ คน อัตราการเพิ่มของทารกอย่างมากเป็นส่วนหนึ่งของการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งการผลิตและการบริโภค ทำให้สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ “ยุคทอง” ที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจยาวนานและมั่นคงที่สุดสมัยหนึ่ง ทั้งนี้ ในสมัยนี้การสร้างที่อยู่อาศัยได้ขยายออกไปบริเวณชานเมือง และมีการผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้น  ส่งผลให้บ้านจัดสรรขยายตัวอย่างมาก  ผลของเบบีบูมอีกประการคือ วิธีการเลี้ยงลูก คือ คนอเมริกันจะให้ความสำคัญแก่ลูกมากขึ้น สนองความต้องการของเด็กในด้านต่าง ๆ และพ่อแม่ยังส่งเสริมให้ลูกตระหนักในคุณค่าของตนเอง มีความเป็นตัวของตัวเอง  ต่อมา โทรทัศน์ก็ได้มีบทบาทต่อสังคมอเมริกันอย่างมาก  เด็ก ๆ ในสมัยเบบีบูมเรียกได้ว่าเติบโตมาพร้อมกับโทรทัศน์ทีเดียว  ทัศนคติและค่านิยมของเด็กเหล่านี้จึงมาจากรายการโทรทัศน์ซึ่งเสนอภาพสังคมอเมริกันอย่างสวยงาม และเต็มไปด้วยความหวัง  แต่เมื่อสมัยเบบีบูมสิ้นสุดลงในทศวรรษ ๑๙๖๐ ก็เป็นยุคของความก้าวร้าวรุนแรงและเปิดศักราชใหม่ของวัฒนธรรมวัยรุ่นซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกและจิตสำนึกที่ต่างไปจากรุ่นพ่อแม่ มีแนวคิดทางการเมืองที่เรียกว่า ซ้ายใหม่  มีการแสดงออกที่ชัดเจนทั้งการแต่งกาย ทรงผม ดนตรี วัยรุ่นกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า กลุ่มบุปผาชน และฮิปปี เป็นอันสิ้นสุดสมัยเบบีบูมและทำให้สังคมวัยรุ่นอเมริกันเปลี่ยนแปลงและมีบทบาทนับแต่นั้นมา.

         อิสริยา  เลาหตีรานนท์