สยาม…เมืองยิ้ม

ยิ้มเถิด ยิ้มเถิดนะยิ้ม   ยิ้มแย้มแจ่มใส   สุขสำราญบานใจ   ขอให้สวัสดี

          นี่เป็นสร้อยของเพลงที่บางคนคงไม่เคยได้ยิน  แต่บางคนอาจพอจำได้บ้าง  และบางคนก็อาจจะร้องตามได้อย่างมีความสุข เพราะทำให้หวนนึกถึงอดีต  ผู้เขียนเองก็เพิ่งจะเคยได้ยินเพลงนี้จากท่านผู้ใหญ่ที่นับถือท่านหนึ่ง ท่านมักชอบร้องเพลงนี้ให้ฟังเสมอด้วยความสุขใจ พลอยทำให้ทุกคนเห็นด้วยกับท่านว่า การที่ได้ยิ้มเป็นการแสดงถึงความสุข และพร้อมที่จะส่งความสุขนี้ให้ผู้อื่นด้วย  เพลงนี้ชื่อเพลงเถลิงศก แต่งโดยขุนวิจิตรมาตรา เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๗-๒๔๗๙  เนื้อร้อง ทำนอง การขับร้องและบรรเลงเป็นแบบสากล ใช้บรรเลงในงานรื่นเริงปีใหม่ไทยคือวันที่ ๑๓ เมษายน นับว่าเพลงปีใหม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก  ต่อมาถือเอาวันที่ ๑ มกราคม  เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามอย่างสากล และใช้เพลงอื่นดังที่ได้ยินกันอยู่ในปัจจุบัน

          ไทยเราได้รับการขนานนามมาช้านานว่า สยามเมืองยิ้ม  รอยยิ้มแห่งความเป็นมิตรของชาวไทยจึงเป็น ยิ้มสยาม อันน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชาวต่างชาติ  ไม่ว่าจะเป็น ยิ้มแย้ม หรือ ยิ้มแย้มแจ่มใส ที่เป็นการ ยิ้มอย่างชื่นบาน  ยิ้มแฉ่ง คือ ยิ้มอย่างร่าเริง และบางคนก็ ยิ้มแป้น  หรือแม้กระทั่ง ยิ้มละไม อันเป็นอาการ ยิ้มน้อย ๆ อยู่ในหน้า  แต่ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อาจทำให้หลายคนต้อง ยิ้มแห้ง คือ จำใจยิ้ม ขณะเดียวกัน บางคนที่กำลังตกอยู่ในภาวะเครียด อาจทำให้ผู้ที่ยิ้มให้พวกเขาต้อง ยิ้มเก้อ หรือ ยิ้มค้าง เพราะยิ้มให้เขาแล้วเขาไม่ยิ้มตอบ ทำให้รู้สึกเก้อเขิน  อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนอยากให้ทุกคน ยิ้มสู้ คือ ยิ้มพร้อมที่จะสู้กับอุปสรรคอันตรายใด ๆ โดยไม่ยอมถอย 

          และหวังให้ทุกคนหันหน้าเข้าหากัน ส่งยิ้มให้กัน เพื่อความเป็น สยามเมืองยิ้ม ซึ่งขณะนี้ หลายฝ่ายหลายกลุ่มคงกำลังจะลืมสิ่งนี้ไปแล้ว

        ทิพาภรณ์  ธารีเกษ