สำนวนเกี่ยวกับ “วัด”

          เดือนนี้เป็นเดือนที่มีเทศกาลสำคัญของไทยเทศกาลหนึ่ง คือ เทศกาลสงกรานต์ ช่วงเทศกาลแบบนี้หลายท่านคงมีโอกาสไปทำบุญที่วัด วันนี้ได้โอกาสดี จึงขอเล่าเรื่องราวของสำนวนที่เกี่ยวข้องกับวัดดีกว่าค่ะ สำนวนแรกเข้ากับเทศกาลสงกรานต์ คือ สำนวน ขนทรายเข้าวัด พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบายว่า ขนทรายเข้าวัด เป็นคำกริยาหมายถึง ทําบุญกุศลโดยวิธีนําหรือขนทรายไปก่อพระเจดีย์ทรายเป็นต้นที่วัด และเป็นสำนวน หมายถึง หาประโยชน์ให้ส่วนรวม

          หนังสือสำนวนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายเพิ่มเติมว่า ประเพณีขนทรายเข้าวัด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ โดยสมมุติว่าบริเวณรอบ ๆ พระวิหารเป็นเสมือนหนึ่งสีทันดรสมุทรที่ปูลาดด้วยทรายขาว ตรงกลางมีเขาพระสุเมรุ คือ พระวิหารซึ่งเป็นที่ประทับขององค์พระศาสดาคือพระประธาน บางท่านกล่าวว่า การที่คนเดินเข้าไปในวัด เมื่อออกมาอาจมีเศษทรายติดเท้ามาด้วย จึงต้อง ขนทรายเข้าวัด ด้วยการนำมาก่อเป็นพระเจดีย์ในเทศกาลสงกรานต์เพื่อเป็นการทดแทน บางวัดก็ให้แต่ละคนสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กไปทั่วบริเวณวัด บางวัดก็ให้รวมกันสร้างเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่เพียงองค์เดียว ซึ่งก็ถือว่าเป็นกุศโลบายอีกอย่างหนึ่งที่จะให้พระสามารถนำทรายไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ได้ด้วย

          สำนวนอีกสำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับวัด คือ สำนวน ตัดหางปล่อยวัด หมายถึง ตัดขาดไม่เกี่ยวข้อง สำนวนนี้มาจากการตัดหางไก่แล้วนำไปปล่อยเพื่อสะเดาะเคราะห์หรือแก้เคราะห์ในสมัยโบราณมีหลักฐานในกฎมนเฑียรบาลว่า เมื่อเกิดสิ่งที่เป็นอัปมงคล เช่น มีวิวาทตบตีกันถึงเลือดตกในพระราชวัง ต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์ โดยเอาไก่ไปปล่อยนอกเมือง เพื่อให้พาเสนียดจัญไรไปให้พ้น ในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีประกาศกล่าวถึงการนำไก่ไปปล่อยที่วัดเพื่อสะเดาะเคราะห์ สันนิษฐานว่าไก่ที่จะนำไปปล่อยที่วัดจะตัดหางเพื่อเป็นเครื่องหมายว่าเป็นไก่ที่ปล่อยเพื่อการสะเดาะเคราะห์ด้วย.

อิสริยา เลาหตีรานนท์