สีแดง

          สีแดงเป็นสีที่บ่งบอกได้ทั้งความสดใส ความนุ่มนวล ความร้อนแรง หรือความเศร้า  เป็นหนึ่งในสีหลัก ๕ สี ที่ประกอบด้วย สีแดง สีเหลือง สีคราม สีขาว และสีดำ เรียกกันว่า สีเบญจรงค์หรือสีแม่ธาตุ ช่างคิดค้นทำสีแดงทั้งจากธรรมชาติและจากวัสดุอื่นเพื่อนำมาใช้งานต่าง ๆ  สีแดงในงานศิลปกรรมไทยที่ พจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึง มีทั้งที่เป็นสีฝุ่น สีน้ำ สีน้ำมัน และที่มีลักษณะอย่างอื่น ซึ่งมีชื่อเรียกที่ต่างกันดังนี้

          สีแดงครั่งได้จากรังตัวครั่ง มีสีแดงสด และสีแดงก้านดอกกรรณิการ์ ที่ได้จากก้านดอกกรรณิการ์ใช้เป็นสีย้อม

          สีแดงจากลูกคำแสดหรือคำเงาะ มีสีแดงแสด ใช้เขียนเครื่องปั้นดินเผา ย้อมสีทองรูปพรรณ และย้อมผ้า

          สีดินแดงได้จากดินแดงที่มีส่วนประกอบของสนิมแร่เหล็ก มีสีแดงคล้ำ เนื้อสีหยาบ  การเขียนสีดินแดงจึงมักเห็นเนื้อสีหนา  สีดินแดงที่ส่งมาจากเมืองจีนเรียกว่า “ตัวเปี้ย” ส่วนที่ส่งมาจากประเทศอินเดียและเปอร์เซีย เรียกว่า “ดินแดงเทศ”  สีทั้ง ๒ ชนิดมีเนื้อสีละเอียดและมีสีสดใส

          สีแดงเสนเป็นสีสังเคราะห์ได้จากออกไซด์ของดีบุกโดยการใช้ความร้อนรมสนิมดีบุกให้ระเหยขึ้นจับภาชนะที่รองรับอยู่เบื้องบน มีสีแดงอมส้มอย่างสีลูกพิกุลสุก  เป็นสีที่มีเนื้อหนัก นิยมใช้ในงานจิตรกรรมไทย

          สีแดงชาด มีสีแดงสดใส เป็นสีสังเคราะห์จากสารปรอท สีแดงชาดที่ใช้ในจิตรกรรมไทยส่วนใหญ่เป็นสีสำเร็จรูปมาจากเมืองจีน เรียกว่า “ชาดอ้ายมุ้ย” เป็นสีชาดที่มีคุณภาพดีที่สุด และ “ชาดจอแส” ซึ่งมีคุณภาพเป็นรองชาดอ้ายมุ้ย   

          สีแดงอินจี่หรือสีลิ้นจี่เป็นสีแดงชาดที่บดจนมีเนื้อละเอียดเป็นพิเศษ ผู้ผลิตจะชุบเคลือบไว้บนแผ่นกระดาษทำเป็นแหนบเล็ก ๆ เมื่อต้องการใช้จะนำแผ่นกระดาษนี้มาละลายน้ำหรือใช้สำลีชุบน้ำแตะลงบนสีเมื่อบีบสำลีจะได้สีแดง นิยมใช้เขียนหน้าหุ่น หัวโขน หรือหน้ากาก

          สีแดงที่ใช้ในจิตรกรรมไทยประเพณีไทยมีสีต่างกันเพราะเกิดจากการผสมของสีแดงดังกล่าวข้างต้นกับสีอื่น ๆ ตั้งแต่ ๒ สีขึ้นไป กลายเป็นสีแดงที่มีชื่อเรียกต่างกัน เช่น แดงยอ เลือดนก เลือดหมู ทับทิม แดงมณี ชมพู กุหลาบ ดอกชบา น้ำหมาก บัวโรย กลีบบัวอ่อน หางเหยี่ยว เท้านกพิราบ กุหร่า ฝาด น้ำหาง แสด ส้ม จำปา หมากสุก ก้ามปูสุก หง หม้อใหม่ ลูกพิกุล ฯลฯ

   พัชนะ  บุญประดิษฐ์