สีโบราณ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้บทนิยามคำ สี ว่า ลักษณะของแสงสว่าง ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็น ขาว ดํา แดง เขียว เป็นต้น; สิ่งที่ทําให้ตาเห็นเป็น ขาว ดํา แดง เขียว เป็นต้น เช่น สีทาบ้าน สีย้อมผ้า สีวาดภาพ นอกจากสีขาว สีดำ สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีฟ้า ซึ่งเป็นสีทั่ว ๆ ไปที่เรารู้จักกันดี ยังมีสีโบราณ เช่น สีชาด สีขาบ สีคราม สีหงเสน แต่ละสีมีความหมายเป็นอย่างไรนั้น ผู้เขียนได้รวบรวมบทนิยามที่เกี่ยวข้องจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้ ชาด ให้บทนิยามว่า วัตถุสีแดงสดชนิดหนึ่ง เป็นผงก็มี เป็นก้อนก็มี ใช้ทํายาไทยหรือประสมกับนํ้ามันสําหรับประทับตราหรือทาสิ่งของ ชาดที่มาจากเมืองจอแสประเทศจีนเรียก ชาดจอแส ชาดที่มาจากเมืองอ้ายมุ่ยประเทศจีนเรียก ชาดอ้ายมุ่ย สีแดงสดอย่างหนึ่ง เรียกว่า สีแดงชาด นวล ให้บทนิยามว่า สีขาวปนเหลืองเล็กน้อย นาก ให้บทนิยามว่า เรียกสีอย่างสีทองปนแดง เช่น ชมพู่สีนาก กรัก [กฺรัก] ให้บทนิยามว่า แก่นขนุนใช้ย้อมผ้า สีกรักจึงหมายถึงสีอย่างแก่นขนุน ปูนแห้ง ให้บทนิยามว่า สีชมพูอย่างหนึ่งคล้ายสีปูนกินกับหมากเมื่อแห้ง หง ให้บทนิยามว่า สีแดงเจือสีขาวทำให้สีแดงนั้นอ่อนลง เช่น หงเสน คือ สีแดงเสนผสมสีขาว หงชาด คือ สีแดงชาดผสมสีขาว หงดิน คือ สีแดงเลือดหมูผสมสีขาว ขาบ ให้บทนิยามว่า สีนํ้าเงินแก่อมม่วง คราม [คฺราม] ให้บทนิยามว่า ผงสีนํ้าเงินที่ได้จากต้นคราม ใช้เป็นคำวิเศษณ์หมายถึง สีนํ้าเงินสีเขียว ที่เรารู้จักกันดีว่าหมายถึงสีอย่างสีใบไม้สดนั้น ในสมัยโบราณหมายถึง สีเขียวครามจนถึงสีของท้องฟ้าด้วย เช่น ในสำนวน “ ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว”.รัตติกาล ศรีอำไพ |

