สี

          เมื่อกล่าวถึงสีหลายคนคงนึกถึงสีต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย  แต่ถ้าเป็นสีที่ พจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึงไว้ จะเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปกรรมไทย ซึ่งมีสีหลักอยู่ ๕ สี คือ สีแดง สีเหลือง สีคราม สีขาว และสีดำ เรียกว่า สีเบญจรงค์หรือสีแม่ธาตุ เนื่องจากสีเหล่านี้ได้จากวัตถุทางธรรมชาติ เช่น สีครามได้จากต้นคราม สีเหลืองได้จากรง สีแดงได้จากดินแดงและชาด  ส่วนสีผสมเป็นสีที่ได้จากการนำสีหลักมาผสมกันให้ได้สีตามต้องการ  สีผสมนี้ช่างจะผสมเก็บไว้ให้สามารถนำมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมใหม่เพื่อไม่ให้สีผิดเพี้ยน  ในงานจิตรกรรมไทยประเพณีช่างจะใช้สีหลักทั้ง ๕ สี สีผสมต่าง ๆ และสีที่ใช้วิธีผสมโดยนำสีดำ สีขาว และสีแดง มาเจือให้ได้สีทึบหม่น อ่อนลงหรือสดใสขึ้น  สีผสมเหล่านี้มีชื่อเรียกเป็นหมวดใหญ่ ๆ ๓ ชื่อคือ สีมอ เป็นสีที่เจือสีดำเมื่อต้องการให้สีมีความทึบหม่น เช่น สีมอคราม สีมอหมึก  สีนวล เป็นสีที่เจือสีขาวเมื่อต้องการให้สีมีความอ่อนลง เช่น สีนวลจันทร์ สีบัวโรย  สีหง เป็นสีที่เจือสีแดงเมื่อต้องการให้สีมีความสดใส เช่น สีหงเสน สีหงสบาท

          ในงานจิตรกรรมแบบสากล สีที่ใช้ก็มีแม่สี ๓ สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน  ส่วนสีผสมเกิดจาการนำแม่สีมาผสมกัน หากผสมกันในอัตราส่วนที่เท่ากันหรือต่างกันก็จะได้สีต่าง ๆ มากมาย  สีผสมนี้จิตรกรจะผสมเมื่อต้องการใช้ ไม่ผสมเก็บไว้แบบสีที่ใช้ในงานจิตรกรรมไทยประเพณี  แม่สีและสีผสมแบบสากลแบ่งออกเป็นกลุ่มสีหรือวรรณะสีตามที่ปรากฏในวงสี ๒ กลุ่ม คือ วรรณะสีร้อนหรือวรรณะสีอุ่นได้แก่ สีแดง สีแสด สีส้ม สีส้มเหลือง สีเหลือง และสีเขียวเหลือง  กับวรรณะสีเย็นได้แก่ สีเขียว สีเขียวเข้ม สีน้ำเงิน สีน้ำเงินม่วง สีม่วง และสีม่วงแดง  หากนำสีตรงข้ามกันในวงสี เช่น สีแดงกับสีเขียวมาผสมกันจะทำให้เกิดสีกลาง และหากนำสีมาผสมกันมากกว่า ๒ สี ในอัตราส่วนที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดเป็นสีเน่า  จิตรกรอาจใช้ทั้งสีในวรรณะเดียวกันหรือต่างวรรณะปะปนกันบ้างตามความเหมาะสมในการเขียนภาพเพื่อให้ได้สีตามที่ต้องการ

   พัชนะ  บุญประดิษฐ์