อคติ
 
          เราทราบกันว่า อคติ คือ ความลำเอียง ซึ่งมี ๔ อย่าง ได้แก่ ๑. ฉันทาคติ = ความลําเอียงเพราะรักหรือชอบพอกัน ๒. โทสาคติ = ความลําเอียงเพราะชัง  ๓. โมหาคติ = ความลําเอียงเพราะเขลา หรือหลงผิด และ ๔. ภยาคติ = ความลําเอียงเพราะกลัว   ทราบไหมว่าการมีอคติและไม่มีอคตินั้นมีคุณและโทษอย่างไร  พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๓ (แก้ไขเพิ่มเติม) อธิบายไว้ว่า

          อคติ (agati) หมายถึง ทางที่ไม่ควรดำเนิน ความลำเอียง

          อคติเป็นธรรม (ฝ่ายกุศล) ที่ผู้เป็นใหญ่ ผู้ปกครอง ผู้เป็นหัวหน้าหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่คนจำนวนมากไม่ควรประพฤติ เพราะเมื่อประพฤติแล้วย่อมเป็นเหตุให้เกียรติยศชื่อเสียงเสื่อมสิ้นไป ตรงกันข้าม ถ้าตั้งอยู่ในความเที่ยงธรรมไม่ลำเอียง เกียรติยศชื่อเสียงย่อมเพิ่มพูนยิ่งขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไป

          อคติ ๔ ประการนี้มีกล่าวไว้ใน ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค และในอังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต สรุปความว่า ฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ และภยาคติ เป็นเหตุให้คนทำบาป อริยสาวกไม่ทำบาปเพราะไม่มีอคติ ๔ ประการนี้

          พระพุทธเจ้าตรัสถึงคุณของการไม่มีอคติและโทษของการมีอคติไว้ว่า

          “คนใด ประพฤติผิดธรรมเพราะความรัก เพราะความโกรธ เพราะความหลง และเพราะความกลัว คนนั้นย่อมเสื่อมยศคล้ายพระจันทร์ข้างแรม    

          คนใด ไม่ประพฤติผิดธรรมเพราะความรัก เพราะความโกรธ เพราะความหลง และเพราะความกลัว คนนั้นย่อมมียศบริบูรณ์คล้ายพระจันทร์ข้างขึ้น”.

        กนกวรรณ  ทองตะโก