อักษรจีนกลางที่ใช้ในสิงคโปร์

ตอนที่ ๑

ภาษาจีนในประเทศสิงคโปร์ใช้อักษรจีนเช่นเดียวกับภาษาจีนในประเทศอื่น ๆ ตัวอักษรจีนเป็นอักษรรูปภาพที่เชื่อกันว่า 仓颉 Cāngjié ชัง เจี๋ย เป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ ๓,๐๐๐ กว่าปีก่อนคริสตศักราช แต่ความเป็นจริงจากหลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่าตัวอักษรจีนน่าจะถูกประดิษฐ์ขึ้นในสมัยราชวงศ์ชาง 商朝 Shāngcháo ชาง เฉา แปลว่า สมัยราชวงศ์ชาง  ประมาณ ๑๖ ถึง ๑๑ ศตวรรษก่อนคริสตศักราช นั่นเอง

ตัวอักษรจีน อาจแบ่งได้ ๔ ประเภทด้วยกัน ประเภทแรกเป็นอักษรภาพ ความหมายของตัวอักษรชนิดนี้ไม่แตกต่างจากสิ่งที่เป็นจริงมากนัก เช่น คำว่า日 rì รื่อ แปลว่า พระอาทิตย์ ภาพตัวอักษร เป็นรูปกลม มีจุดตรงกลาง หรือ 月 yuè เยฺว่ แปลว่า พระจันทร์  มีภาพตัวอักษรเป็นพระจันทร์เสี้ยวและมีจุดตรงกลาง

ตัวอักษรประเภทที่ ๒ เป็นอักษรแสดงความหมาย แม้ว่าไม่เป็นรูปภาพ แต่เมื่อเห็นตัวอักษรแล้วจะสามารถบอกความหมายได้อย่างชัดเจน  เช่น 一二三 yīèrsān อี เอ้อร์ ซาน หมายความว่า หนึ่งสองสาม 一 yī อี แปลว่า หนึ่ง มีหนึ่งขีด 二  èr เอ้อร์ แปลว่า สอง มีสองขีด 三 sān ซาน แปลว่า สาม มีสามขีด หรือ 上下 shàngxià ชั่ง เซี่ย หมายความว่า ขึ้นลง, ข้างบน, ข้างล่าง  上 shàng ชั่ง แปลว่า ขึ้น  ข้างบน下 xià  เซี่ย แปลว่า ลง, ข้างล่าง

ตัวอักษรประเภทที่ ๓ เป็นอักษรที่เกิดจากการรวมตัวอักษรหลายตัวเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดคำใหม่ เช่น การนำ คำว่า日 rì รื่อ ที่แปลว่า พระอาทิตย์ และ月 yuè เยฺว่ ที่แปลว่า พระจันทร์มารวมกัน โดยมีด้านซ้ายเป็นตัวอักษรที่แปลว่า พระอาทิตย์ และด้านขวาเป็นตัวอักษรที่แปลว่า พระจันทร์ รวมกันกลายเป็น 明 míng หมิง แปลว่า แสงสว่าง  คำว่า 木 mù มู่ แปลว่า ไม้, ต้นไม้  เมื่อนำเอา 木 mù มู่ มาเขียนเรียงกันสองตัว ก็เกิดเป็นตัวอักษรใหม่ คือ 林 lín หลิน แปลว่า ป่า, ป่าไม้ และเมื่อเอาตัวอักษร 木 mù มู่ มาเรียงกันสามตัว โดยแบ่งตัวอักษรออกเป็นสองชั้น โดยชั้นล่างมี 木 mù มู่ สองตัวและด้านบนหนึ่งตัว ก็จะได้ตัวอักษรใหม่ คือ 森 sēn เซิน แปลว่า ป่าไม้ เช่นกัน  ในภาษาจีนเมื่อพูดถึงคำที่หมายถึง “ป่า” มักจะใช้คำว่า “เซิน”  กับ “หลิน” คู่กัน เป็น 森林 sēnlín เซินหลิน ตัวอักษรประเภทที่ ๔ จะกล่าวถึงคราวหน้า

พรพรรณ จันทโรนานนท์ เขียน

ชลธิชา  สุดมุข สรุป

๒๙  กรกฎาคม  ๒๕๕๗